
วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดพิธีมอบรางวัล “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ประจำปี 2568 โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน และมีผู้บริหารกระทรวง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เเละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
ดร.รวีวรรณ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด การพัฒนาเมืองแบบองค์รวมอย่างสมดุล โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และยังเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับรางวัลจากการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน จำนวน 37 รางวัล และมุ่งแบ่งปันต้นแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย
สำหรับการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี 2568 ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งในปีนี้รางวัลชนะเลิศระดับประเทศแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก รวมจำนวน 6 รางวัล ได้แก่ 1. ประเภทพื้นที่ทั่วไป ได้เเก่ เทศบาลเมืองป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดดเด่นด้วยการจัดการขยะแบบ 3Rs และระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม เทศบาลตำบลพุเตย จังหวัดเพชรบูรณ์ ต้นแบบหมู่บ้านแห่งการพึ่งพาตนเอง ควบคู่ไปกับการ ฟื้นฟูและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ และองค์การบริหารส่วนตำบลนาเกตุ จังหวัดปัตตานี เปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้เป็นปุ๋ยและอาหารสัตว์ พร้อมทั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนผ่านการดำเนินงานธนาคารขยะรีไซเคิล 2. ประเภทพื้นที่เขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ได้แก่ เทศบาลนครมาบตาพุด จังหวัดระยอง มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดและเปลี่ยนขยะให้เป็นเชื้อเพลิง RDF เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า เทศบาลเมืองบางกะดี จังหวัดปทุมธานี ชูโมเดลความร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดการน้ำเสีย พร้อมรายงานคุณภาพน้ำแบบ Real-time และใช้กองทุน CSR เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชนเทศบาลตำบลบ้านกลาง จังหวัดลำพูน ใช้การบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติ ผนวกกับการนำแอปพลิเคชันดิจิทัลมาใช้ยกระดับการบริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับประเทศรวมทั้งสิ้น 31 แห่ง ประกอบด้วยเทศบาลนคร 2 แห่ง เทศบาลเมือง 10 แห่ง เทศบาลตำบล 15 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 4 แห่ง นอกจากนี้ยังมีท้องถิ่นที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานในระดับพื้นที่อีกจำนวน 80 แห่ง แบ่งเป็นระดับดีเยี่ยม 31 แห่ง ระดับดีมาก 20 แห่ง และระดับดี 29 แห่ง
โดยการจัดงานครั้งนี้มุ่งสร้างความตระหนักและเสริมศักยภาพให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษ “ความยืดหยุ่นของเมืองเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” และการเสวนานวัตกรรมการจัดการเมือง เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ







