กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เผยผลการสำรวจสัตว์ทะเลหายากในพื้นที่ทะเลอันดามันและอ่าวไทย พบโลมาหลายชนิดรวมฝูงจำนวนมาก สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและดูแลทรัพยากรทางทะเลอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 6 มีนาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ติดตามสถานการณ์สัตว์ทะเลหายากและดูแลทรัพยากรทางทะเลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสัตว์ทะเลหายากถือเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ พร้อมทั้งเน้นย้ำให้มีการบริหารจัดการกิจกรรมในทะเล เช่น การท่องเที่ยวและการประมง ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อสัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศ

ด้าน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับรายงานถึงผลการสำรวจ ประเมินสถานภาพ และตรวจสุขภาพสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ โดยวิธีการสำรวจทางเรือ รูปแบบ Line transect ร่วมกับอากาศยานไร้คนขับ ดังนี้ 1. บริเวณเกาะลิบง หาดสำราญ อ่าวตะเสะ เกาะสุกร เกาะเหลาเหลียง เกาะเภตรา และหมู่เกาะใกล้เคียง จังหวัดตรัง ครอบคลุมพื้นที่การสำรวจ 464 ตร.กม. พบสัตว์ทะเลหายากกลุ่มโลมา 1 ชนิด คือ โลมาหลังโหนก จำนวน 53 ตัว แบ่งเป็น บริเวณปากแม่น้ำตรัง 2 ตัว บริเวณเกาะลิบง 3 ตัว บริเวณหาดสำราญ 19 ตัว บริเวณอ่าวตะเสะ 5 ตัว (คู่แม่ลูก 1 คู่) บริเวณเกาะสุกร 1 ตัว และบริเวณเกาะเหลาเหลียง 23 ตัว (คู่แม่ลูก 4 คู่) 2.บริเวณอ่าวดอนสัก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี พบสัตว์ทะเลหายาก จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ โลมาอิรวดี จำนวน 3 ฝูง ประมาณ 7 -10 ตัว กระจายตัวบริเวณแนวชายฝั่งบริเวณหน้าท่าเรือซีทรานจนถึงปากคลองดอนสัก และโลมาหลังโหนก จำนวน 11 ตัว อยู่รวมฝูง 3 – 5 ตัว พบมีคู่แม่ลูก 3 คู่ พบกระจายตัวในพื้นที่ชายฝั่งอ่าวดอนสัก และเกาะพะลวย – เกาะร่ม -เกาะมดแดง ซึ่งการสำรวจครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่พบสัตว์ทะเลหายากหลายพื้นที่ โดยกระทรวงฯ จะยังคงสนับสนุนการสำรวจ วิจัย และติดตามสถานภาพสัตว์ทะเลหายากอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลของประเทศ

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า จากการสังเกตพฤติกรรมและประเมินสุขภาพจากระยะไกล พบว่าโลมามีพฤติกรรมแม่เลี้ยงลูก ว่ายน้ำเดินทาง กระโดดพ้นน้ำ หากินบริเวณใกล้กับจุดที่เรือประมงกำลังเก็บกู้เครื่องมือประมง สุขภาพโดยรวมสมบูรณ์แข็งแรง เสียงหายใจปกติ ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยที่เกิดจากการถูกเครื่องมือประมงหรือขยะทะเลพันรัด และจากการที่พบคู่แม่-ลูกของโลมาหลังโหนกแสดงถึงความสมบูรณ์เพศของสัตว์ทะเล ซึ่งสะท้อนถึงความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลและความเหมาะสมของถิ่นอาศัย ทั้งนี้ บริเวณอ่าวดอนสักพบโลมาหลังโหนก 3 ตัว มีแผลที่บริเวณครีบหลัง ซึ่งเป็นแผลหลุมตื้น มีการอักเสบ ไม่พบเนื้อตาย สันนิษฐานว่าเกิดจากการติดเชื้อ พฤติกรรมฝูง และคุณภาพของสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามบาดแผลดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ สำหรับภาพถ่ายที่ได้จากการสำรวจครั้งนี้ จะนำไปใช้ในการระบุตัวตน (Photo-ID) เพื่อคำนวณจำนวนประชากรที่แท้จริงของโลมาหลังโหนกในพื้นที่ โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังสถานภาพสัตว์ทะเลหายากอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองและรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทยต่อไป






