นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย และนางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตลอดจนผู้แทนของสำนักงาน คปภ. เข้าร่วมการประชุมทวิภาคีกับผู้บริหารระดับสูงของ Financial Services Agency (FSA) โดยมี Mr. Ozaki Yu ตำแหน่ง Vice Commissioner for International Affairs และ Mr. Ujima Mayumi ตำแหน่ง Deputy Director, GLOPAC ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 13 และ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้กล่าวถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องระหว่างสำนักงาน คปภ. และ FSA โดยย้ำว่า FSA ถือเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partner) ที่สำคัญในการพัฒนามาตรฐานการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยของไทยทั้งในระดับทวิภาคีและเวทีระหว่างประเทศ ทั้งนี้ การหารือครั้งนี้ถือเป็นการสานต่อความร่วมมือจากการประชุมก่อนหน้าในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การกำกับดูแลกลุ่มธุรกิจประกันภัย (Group-wide Supervision : GWS) และการพัฒนากรอบการกำกับดูแลความเสี่ยงจากภัยพิบัติขนาดใหญ่ (Catastrophe Risk) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบประกันภัยและยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล โดยที่ประชุมได้หารือเชิงลึกเกี่ยวกับความคืบหน้าการบังคับใช้เกณฑ์ความมั่นคงทางการเงินตามมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Value-based Solvency Regime : ESR) ของญี่ปุ่น ซึ่งมีกำหนดบังคับใช้ในปี 2569 และถือเป็น การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของระบบกำกับดูแลไปสู่การประเมินฐานะการเงินของบริษัทประกันภัยตามมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์อย่างแท้จริง โดย FSA ได้แบ่งปันประสบการณ์ด้านการกำกับดูแลผ่านกระบวนการ Supervisory Dialogue การทดสอบภาคสนาม (Field Testing) และการบูรณาการกรอบ ESR เข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กร (Own Risk and Solvency Assessment : ORSA) ขณะที่สำนักงาน คปภ. ได้แลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเกณฑ์เงินกองทุนตามความเสี่ยงของประเทศไทย รวมถึงการบริหารความคาดหวังของตลาดในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบประกันภัยโดยรวม

สำหรับประเด็นการกำกับดูแลระดับกลุ่ม (Group-wide Supervision: GWS) ทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนแนวคิด “Substance over Form” ซึ่งให้ความสำคัญกับการพิจารณาอำนาจควบคุมและความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของกลุ่มธุรกิจ มากกว่ารูปแบบโครงสร้างทางกฎหมาย โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การกำกับดูแลธุรกรรมภายในกลุ่ม ความสามารถในการเคลื่อนย้ายเงินทุน และความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในระดับกลุ่ม พร้อมทั้งเห็นพ้องถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความเข้มแข็งของ Supervisory College และความร่วมมือระหว่างผู้กำกับดูแลในระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยข้ามพรมแดน นอกจากนี้ การหารือยังครอบคลุมถึงความเสี่ยงมหันตภัยและความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ (Climate Risk) ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่ส่งผลต่อทั้งการรับประกันภัย การลงทุน และเสถียรภาพของระบบการเงิน โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางการลดช่องว่างความคุ้มครอง (Protection Gap) การกำกับดูแลความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Transition Risk) ตลอดจนแนวทางการพัฒนากรอบการเปิดเผยข้อมูลด้านภูมิอากาศที่เหมาะสมกับบริบทของอุตสาหกรรมประกันภัย
“การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของสำนักงาน คปภ. และสำนักงานบริการทางการเงินของญี่ปุ่น (Financial Services Agency: FSA) ในการยกระดับระบบกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยให้มีความมั่นคง ยืดหยุ่น และยั่งยืน ท่ามกลางบริบทความเสี่ยงใหม่ของโลก ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการคุ้มครองผู้เอาประกันภัยและเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบการเงินในระยะยาว” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย



