รมว.พัฒนา กำชับหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมกรณีเหตุสู้รบตะวันออกกลาง และเห็นชอบการผลิตจิตแพทย์เพิ่มเป็นวาระสําคัญระดับกระทรวง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมผู้บริหารระดับสูง กำชับเตรียมความพร้อมกรณีเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง บริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ให้เพียงพอ วางแนวทางการดูแลคนไทยที่อพยพกลับ และดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงาน พร้อมเห็นชอบเพิ่มการผลิตจิตแพทย์เป็นวาระสําคัญระดับกระทรวง โดยมีโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นสถาบันร่วมฝึกอบรม

วันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 2/2569 โดยนายพัฒนา กล่าวว่า จากเหตุสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อม ทั้งการดูแลสุขภาพคนไทยกรณีที่ต้องมีการอพยพกลับประเทศ และการรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อาทิ การบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ให้มีเพียงพอ ตลอดจนดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงาน สำหรับความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญ ที่ประชุมได้เห็นชอบการเพิ่มศักยภาพการผลิตจิตแพทย์ให้เป็นวาระสำคัญระดับกระทรวง และให้โรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขร่วมเป็นสถาบันฝึกอบรมกับกรมสุขภาพจิต โดยให้ผู้ตรวจราชการและประธาน Service Plan สาขาจิตเวชและยาเสพติด สนับสนุนการคัดเลือกโรงพยาบาลเป้าหมาย เนื่องจากจิตแพทย์ของประเทศไทยมีเพียง 845 คน คิดเป็นสัดส่วน 1.28 ต่อแสนประชากร ซึ่งตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 ได้กำหนดเป้าหมายให้มีจิตแพทย์เพิ่มเป็น 1.7 คนต่อแสนประชากร จึงต้องเพิ่มการผลิตอย่างน้อย 30 คนต่อปี โดยกรมสุขภาพจิตตั้งเป้าเพิ่มการผลิตจิตแพทย์ผู้ใหญ่จาก 22 คน เป็นอย่างน้อย 41 คน ภายในปี 2571

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ด้านนโยบายฟอกไตฟรีฯ จะมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพการบริการ โดยมอบหมายให้มีการวิเคราะห์พื้นที่และจัดบริการในจุดที่เป็นปัญหาเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมทั้งจัดกลุ่มอำเภอที่ติดกันเพื่อลดระยะเวลาในการเดินทางของประชาชน ขณะที่การฉายแสงมะเร็งครอบคลุมทุกที่ ได้มีแผนเพิ่มหน่วยบริการรังสีรักษาและเครื่อง LINAC ตามความพร้อมของหน่วยบริการ รวม 17 แห่ง ภายในปี 2573 เพื่อให้ครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ และลดระยะเวลารอคอยให้เหลือไม่เกิน 6 สัปดาห์ ส่วนระบบสุขภาพดิจิทัล โดยเฉพาะ “หมอพร้อม” การดำเนินงานต่อจากนี้จะมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมมากขึ้น และมีความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น จัดระบบการแพทย์ทางไกลดูแลคนไทยต่างแดนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ “คู่ใจสุขภาพแรงงานไทย” เป็นต้น