องค์การเภสัชกรรม ยืนยันศักยภาพการจัดหาและผลิต มั่นใจวัตถุดิบ และยาสำรองเพียงพอ แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางผันผวน

องค์การเภสัชกรรม ยืนยัน ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง มีวัตถุดิบและยาสำรองเพียงพอ รองรับการผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เพื่อความมั่นคงด้านยาของประเทศ

พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง องค์การเภสัชกรรมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง โดยได้ดำเนินการจัดทำแผนการจัดหาและแผนการผลิตยาอย่างเป็นระบบและรัดกุม พร้อมกำหนดมาตรการรองรับด้านสาธารณสุขในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินไว้อย่างครบถ้วน ปัจจุบัน องค์การเภสัชกรรมได้เตรียมความพร้อมด้านการผลิตยาและการสำรองวัตถุดิบอย่างเพียงพอ จากการตรวจสอบสถานะคลังยาและเวชภัณฑ์ พบว่าไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว และมีปริมาณสำรองเพียงพอรองรับการผลิตอย่างต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 1 ปี ทั้งนี้ องค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตยาได้ภายในประเทศ โดยมีการนำเข้าวัตถุดิบเป็นหลักจากหลายภูมิภาคที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง อาทิ อินเดีย ญี่ปุ่น จีน และประเทศในภูมิภาคยุโรป ผ่านการขนส่งทั้งทางเรือและทางอากาศ และได้มีการวางแผนสั่งซื้อล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดผลกระทบต่อการผลิตยาและการจัดหายาเพื่อรองรับความต้องการของประเทศ

สำหรับยาที่จัดซื้อโดยตรงจากภูมิภาคดังกล่าว ได้แก่ ยาฉีด Trastuzumab ซึ่งผลิตโดยบริษัท Aryogen Pharmed ประเทศอิหร่าน มีปริมาณการใช้ประมาณ 29,000 ขวดต่อปี ปัจจุบันมีสำรองเพียงพอถึงเดือนตุลาคม 2569 ทั้งนี้ จากการประสานงานกับบริษัทผู้ผลิตได้รับการยืนยันว่า ยังสามารถดำเนินการผลิตได้ตามปกติ และในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ยาดังกล่าวยังมีผู้ผลิตที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยจากหลายแหล่ง อาทิ อินเดีย เกาหลีใต้ และประเทศในภูมิภาคยุโรป ซึ่งสามารถจัดหาเพื่อทดแทนได้อย่างเหมาะสม

“องค์การเภสัชกรรมขอยืนยันว่า ปัจจุบันยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยมีทั้งวัตถุดิบ ยาสำเร็จรูป และเวชภัณฑ์สำรองในระดับที่เพียงพอ สามารถรองรับการผลิตและการกระจายยาได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ได้มีการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับแผนการจัดหา การสำรอง และการผลิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความมั่นคงด้านยา และดูแลประชาชนให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและทันท่วงที” ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าว