รองนายกฯ บวรศักดิ์ เข้าร่วมประชุมคณะทำงานถอดบทเรียนอุทกภัยหาดใหญ่ ครั้งที่ 2 สทนช. ปภ. JICA จับมือเดินหน้าวิเคราะห์ข้อมูล วางแนวทางรับมืออุทกภัยอย่างเป็นระบบ

วันที่ 2 มีนาคม 2569 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาคณะทำงานถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย (คณะทำงานฯ) ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชนที่มีบทบาทในการช่วยเหลือและสนับสนุนการกู้ภัยในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ เข้าร่วมประชุม ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงานถอดบทเรียนหาดใหญ่ ซึ่งมีกรอบการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะการรวบรวมข้อมูล ระยะการวิเคราะห์ข้อมูล และระยะการสรุปผล โดยปัจจุบันอยู่ในระยะการวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งนี้ การดำเนินงานประกอบด้วยความร่วมมือของทุกหน่วยงาน โดยมี 3 หน่วยงานหลัก ในการบูรณาการข้อมูล ได้แก่ สทนช. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA)  จากข้อมูลการถอดบทเรียนที่ผ่านมา พบประเด็นสำคัญที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขและพัฒนาในอนาคต ได้แก่ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำของเขตเมืองหาดใหญ่ให้มีศักยภาพในการระบายน้ำได้มากขึ้น เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น การพัฒนาระบบการพยากรณ์และเตือนภัยให้มีความรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงการแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที ในด้านการเผชิญเหตุ เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีการซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติงานทั้งในระดับหน่วยงานและการซักซ้อมร่วมกับภาคประชาชน พร้อมทั้งจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ เพื่อให้การฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในการนี้ ความร่วมมือจาก JICA จะช่วยสนับสนุนให้คณะทำงานสามารถวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมถึงการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) โดยผลการศึกษาของคณะทำงานฯ จะถูกพัฒนาเป็นแนวทางการดำเนินงานภายใต้ชื่อ “หาดใหญ่โมเดล” ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบในการจัดการอุทกภัยในพื้นที่อื่นของประเทศได้ ทั้งนี้ ประธานการประชุมได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการซักซ้อมการปฏิบัติงานของหน่วยงานและประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้คณะทำงานฯ จัดทำแผนงานในประเด็นสำคัญ อาทิ ความต่อเนื่องของการให้บริการด้านไฟฟ้า ประปา สาธารณสุข และการสื่อสาร การบริหารจัดการภัยพิบัติที่มีเอกภาพในลักษณะ single command รวมถึงการพิจารณาปรับปรุงกฎ ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ

ในการประชุมครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ การจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนควรมีเพียงชุดเดียวและสื่อให้เข้าใจง่าย เมื่อเกิดสถานการณ์รุนแรงประชาชนต้องรู้เลยว่าจะอพยพไปที่ไหน นำรถไปจอดได้ที่ใด และหากมีผู้ป่วยต้องทำอย่างไร รวมถึงการเตรียมความพร้อมระบบสาธารณูปโภค ได้แก่ ไฟฟ้า น้ำประปา และระบบสื่อสารให้สามารถรองรับสถานการณ์ได้ทุกกรณี โดยได้มอบหมายให้ สทนช. เป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมแผนงานและโครงการต่าง ๆ เสนอคณะทำงานฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการขอรับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนงานดังกล่าวต่อไป