นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานอำนวยการป้องกันและปราบปรามการหลอกลวงคนหางานและการลักลอบไปทำงานในต่างประเทศ และชุดเฉพาะกิจตรวจสอบและสกัดกั้นการลักลอบไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อบูรณาการทำงานเชิงรุกในพื้นที่กรุงเทพมหานครและตามด่านตรวจคนหางานทั่วประเทศ
โดยระหว่างวันที่ 17 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการกองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบและสกัดกั้นการลักลอบเดินทางไปทำงานในต่างประเทศอย่างเข้มงวด เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันการหลอกลวงแรงงานไทยและการเดินทางไปทำงานผิดกฎหมาย ผลตรวจสอบพบผู้มีพฤติการณ์และมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่าจะลักลอบไปทำงานต่างประเทศ รวม 9 ราย เป็น สาธารณรัฐเกาหลี 1 ราย ไต้หวัน 3 ราย นอร์เวย์ 2 ราย และอิสราเอล 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการระงับการเดินทางตามอำนาจหน้าที่ พร้อมชี้แจงข้อกฎหมายและแนวทางการดำเนินการที่ถูกต้อง เพื่อให้บุคคลดังกล่าวแจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
นายสมชาย กล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์ถึงผู้ที่ต้องการจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศให้ไปด้วยวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมาย 5 วิธี ได้แก่ บริษัทจัดหางานจัดส่ง กรมการจัดหางานจัดส่ง เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงาน และนายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงาน และขอย้ำเตือนว่าก่อนตัดสินใจโอนเงินให้สายนายหน้าหรือผู้แทนบริษัทรายใด ขอให้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศจากกรมการจัดหางานที่เว็บไซต์ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน doe.go.th/ipd และสอบถามข้อมูลการไปทำงานกับเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง เพื่อจะได้ไม่เสียใจและไม่เสียเงินในภายหลัง
ทั้งนี้ สำหรับผู้สนใจทำงานต่างประเทศสามารถศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่ตนจะเดินทางไปทำงาน เพื่อป้องกันการหลอกลวงผ่านระบบ e – Service กรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์ doe.go.th หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 และสายด่วนกรมการจัดหางาน





