
วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และพลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงผลการตรวจค้นโรงงานลักลอบผลิตและโกดังเก็บผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักยี่ห้อ “บาชิ (Baschi)” ซึ่งเชื่อมโยงกับกรณีผู้บริโภคเสียชีวิต พร้อมประกาศเดินหน้าขยายผลและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างถึงที่สุด

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การอำนวยการของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก เร่งตรวจสอบ ขยายผล และดำเนินคดีกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชน สืบเนื่องจากกรณีที่พบผู้เสียชีวิตซึ่งคาดว่าอาจเกิดจากการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยี่ห้อ “บาชิ (Baschi)” อย. ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลสืบสวนขยายผลจนพบโรงงานเถื่อนลักลอบผลิตและโกดังเก็บผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อดังกล่าว ในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้นจำนวน 2 จุด ได้แก่
1. สถานที่ผลิต ณ สถานที่แห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึด ดังนี้
1.1 ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ยี่ห้อ บาชิ จำนวน 400 ขวด และผลิตภัณฑ์ไม่ทราบชื่อลักษณะบรรจุซอง 3,000 ซอง
1.2 วัตถุดิบ จำนวน 15 ถุง
1.3 บรรจุภัณฑ์เปล่า ฝา แคปซูล จำนวน 5 ลัง
1.4 เครื่องจักรสำหรับบรรจุ เครื่องซีล และอุปกรณ์การผลิต จำนวน 6 รายการ
ผู้ดูแลสถานที่รับสารภาพว่า ได้ลักลอบผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ก่อนนำไปจัดเก็บ บรรจุกล่อง และกระจายสู่ท้องตลาด
2. โกดังเก็บสินค้า เลขที่ 35/9 หมู่ 9 ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและกาแฟสำเร็จรูปที่ไม่ได้รับอนุญาตจำนวนมาก รวมถึงยี่ห้อที่ อย. เคยตรวจพบสารไซบูทรามีนและออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนแล้ว อาทิ ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ “บาชิ (Baschi)” “ลิโซ่ (Lishou)” “ลิด้า (Lida)” วันเดย์ไดเอ็ต (1 Day Diet)” “ไอดอลสลิม (Idol Slim)” “เดลล่า เอส (Della S)” “Max Gold Slim Plus” “Vitaccino” “P57 Hoodia” รวมของกลางกว่า 10,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 3,000,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงยึดอายัดของกลางทั้งหมดไว้เป็นพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี และขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง

เลขาธิการฯ อย. กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยชุดทดสอบพบว่า ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้ผลเป็นบวกต่อสารไซบูทรามีน (Sibutramine) เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์เพื่อยืนยันผลทางห้องปฏิบัติการอีกครั้ง หากผลการตรวจวิเคราะห์ยืนยันพบสารไซบูทรามีน จะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท นอกจากนี้ การผลิตในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต กระบวนการผลิตไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP ฉลากไม่มีเลขสารบบอาหารหรือแสดงฉลากไม่เป็นไปตามกฎหมาย ยังเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 อีกด้วย ซึ่ง อย. จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกฐานความผิด พร้อมขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการทางกฎหมายจนถึงที่สุดสารไซบูทรามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ที่มักตรวจพบในผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักผิดกฎหมาย โดยมีกลไกกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ไม่อยากอาหาร มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย เช่น นอนไม่หลับ เวียนศีรษะ ตาพร่ามัว ความดันโลหิตสูง และหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หากรับประทานเข้าไปหรือได้รับในปริมาณมาก จะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและอาจเสียชีวิตได้
อย. จะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังและปราบปรามผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

เลขาธิการฯ อย. กล่าวย้ำว่า ขอฝากถึงประชาชนว่า ไม่มีความผอมหรือความสวยแบบใดที่คุ้มค่ากับการต้องแลกด้วยชีวิต การมีสุขภาพดีควรเริ่มจากการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี ทั้งการรับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ การออกกำลังกายที่เหมาะสม และการปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขเมื่อจำเป็น ไม่ควรหลงเชื่อผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาอวดอ้างว่าสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว เพราะผลิตภัณฑ์ลักษณะดังกล่าวมักเป็นผลิตภัณฑ์ที่โอ้อวดเกินจริง หรือลักลอบใส่สารอันตราย หากพบผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง หรือไม่มีฉลากภาษาไทย หรือไม่มีเลข อย. ขอให้หลีกเลี่ยงทันที ก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกครั้ง ควรตรวจสอบสถานะการอนุญาตผ่านเว็บไซต์ อย. LINE @FDAThai หรือแอปพลิเคชันหมอพร้อม และหากพบเบาะแสการผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย สามารถแจ้งสายด่วน อย. 1556 เพื่อเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป







