นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ได้อนุมัติข้อเสนอของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการขับเคลื่อนกองทุนจัดการความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ (Fund for Responding to Loss and Damage: FRLD) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศสำหรับรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายสุชาติ กล่าวว่า ครม. ได้เห็นชอบให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่เป็น “หน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศ” (National Authority) และ “หน่วยประสานงานหลัก” (National Focal Point) ของกองทุน FRLD อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการประสานความร่วมมือและผลักดันให้ทุกภาคส่วนของไทยสามารถเข้าถึงแหล่งทุนระหว่างประเทศ เพื่อนำมาเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและเพิ่มศักยภาพในการรับมือภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
“ผมได้มอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเร่งดำเนินการทุกด้าน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเข้าถึงงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนระหว่างประเทศได้มากขึ้น นำมาป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตสภาพอากาศ” นายสุชาติ กล่าว
รมว.ทส. กล่าวว่า ครม. ยังเห็นชอบการปรับปรุงบทบาทผู้มีอำนาจของประเทศ (Designated Authority) สำหรับการรับรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนภายใต้กรอบ UNFCCC เพื่อให้การดำเนินงานมีความคล่องตัว รวดเร็ว และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น โดยครอบคลุมทั้งกองทุนด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation Fund) และกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund : GCF)
“การลดขั้นตอนภายในประเทศและเพิ่มความคล่องตัวในการพิจารณาโครงการ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของไทยในการดึงดูดเม็ดเงินสนับสนุนจากต่างประเทศได้มากขึ้น และนำทรัพยากรเหล่านี้มาช่วยประชาชนในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายสุชาติ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งดำเนินการแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไปยังกองทุนต่าง ๆ ภายใต้กรอบ UNFCCC โดยเร็ว พร้อมเดินหน้ายกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการจัดการความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้ประเทศในระยะยาว.

