ประกันสังคมขยายฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตลอดปี เพิ่มความสะดวกผู้ประกันตนอายุ 50 ปีขึ้นไป

สำนักงานประกันสังคม ขยายระยะเวลาการให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับผู้ประกันตนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปจากเดิมที่กำหนดให้บริการเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม–สิงหาคมของทุกปี เป็นตลอดทั้งปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการและส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของผู้ประกันตน โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ที่สามารถแพร่ระบาดได้ง่าย และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงตามวัยการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีจึงเป็นมาตรการสำคัญในการลดความรุนแรงของโรคและลดความเสี่ยงต่อการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

สำหรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ครอบคลุมผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่มีอายุ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป สามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ ได้ปีละ 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ของทุกปี ณ สถานพยาบาลตามสิทธิการรักษาพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ซึ่งการขยายระยะเวลาให้บริการในครั้งนี้ ครอบคลุมสถานพยาบาลในโครงการประกันสังคมจำนวน 273 แห่งทั่วประเทศ

สำนักงานประกันสังคมขอเชิญชวนผู้ประกันตนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ วางแผนเข้ารับวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยรุนแรง และดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ปีละ 1 ครั้ง

ผู้ประกันตนสัญชาติไทยสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนเป็นหลักฐานในการเข้ารับบริการ ส่วนผู้ประกันตนต่างชาติให้เตรียมบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ออกโดยราชการ พร้อมบัตรประกันสังคมและหนังสือเดินทาง เพื่อใช้ประกอบการรับบริการ ทั้งนี้ ผู้ประกันตนที่มีโรคประจำตัว หรือมีประวัติแพ้วัคซีน
ควรปรึกษา แพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง หรือสายด่วน 1506 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

นางสาวกาญจนา เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานประกันสังคมในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกันตน ให้สามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพที่แข็งแรงและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในระยะยาว