
วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.30 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการกำหนดแนวทางการจัดงานสงกรานต์ พุทธศักราช 2569 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมบูรณาการ ณ ศูนย์ประชุมชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเพื่อกำหนดแนวทางการจัดงานสงกรานต์ พุทธศักราช 2569 ว่า เพื่อให้กิจกรรมประเพณีสงกรานต์หมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นไปด้วยความงดงามและเหมาะสม รวมถึงป้องกันและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จึงได้จัดการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเพื่อกำหนดแนวทางการจัดงานสงกรานต์ พุทธศักราช 2569 ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก กรมการท่องเที่ยว กรมการศาสนา กรมศิลปากร สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กรมควบคุมโรค กรมทรัพยากรน้ำ กรมประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการปกครอง กรมสารนิเทศ กรมอุตุนิยมวิทยา การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว (กทม.) สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร มูลนิธิเมาไม่ขับ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม รวม 30 หน่วยงาน

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ข้อสรุป แนวทางในการจัดงานประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2569 ประกอบด้วย 4 มิติ 7 มาตรการ 17 แนวทางรณรงค์ ดังนี้
1. มิติด้านวัฒนธรรม
มาตรการที่ 1 ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนจัดกิจกรรมที่สะท้อนคุณค่าและสาระที่ถูกต้องของประเพณี เปิดรับความหลากหลายทางอัตลักษณ์เคารพบริบทวัฒนธรรมท้องถิ่น และส่งเสริมบทบาทของครอบครัว ชุมชน และประชาชนทุกช่วงวัย และคำนึงถึงความเหมาะสมในช่วงเวลาแห่งการถวายความอาลัย ดังนี้
1. สนับสนุนทุกภาคส่วนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ในทุกระดับ
2. พิจารณาจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ที่เป็นการสร้างความตระหนักและสร้างการรับรู้ต่อประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทยที่ได้รับการประกาศจาก UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ
3. พิจารณาจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์โดยเน้นเรื่องคุณค่าและสาระที่ถูกต้องของวัฒนธรรม ประเพณี โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่นที่มีภูมิหลังของวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน การเปิดกว้างทางความคิดและเปิดรับความหลากหลายทางอัตลักษณ์
4. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนชูจุดเด่นของเทศกาลสงกรานต์ที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เป็นเทศกาลแห่งความสุขและสนุกสนาน
5. ส่งเสริมให้จังหวัดต่าง ๆ ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมในประเพณีสงกรานต์ เพื่อร่วมกันสืบสานประเพณีที่ดีงาม เหมาะสม
6. รณรงค์ให้ประชาชนสืบสานคุณค่าสาระและสิ่งที่ควรทำของประเพณีสงกรานต์ เช่น การทำความสะอาดบ้านเรือน วัด ศาสนสถานที่นับถือ สถานที่สาธารณะ ทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์ สรงน้ำพระพุทธรูป ขอพรผู้สูงอายุ
มาตรการที่ 2 ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนส่งเสริมการนำเสนออัตลักษณ์ไทยผ่านการแต่งกาย อาหาร งานช่างฝีมือ ศิลปะการแสดง และการละเล่นพื้นบ้าน โดยประยุกต์สู่รูปแบบร่วมสมัยอย่างเหมาะสม ดังนี้
7. ขอความร่วมมือหน่วยงานต่าง ๆ สนับสนุนศิลปินแห่งชาติหรือศิลปินพื้นบ้านในการแสดงทางวัฒนธรรม และให้เด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันสืบสานประเพณี โดยคำนึงถึงวัฒนธรรมที่ถูกต้องเหมาะสม และร่วมกันเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม
8. รณรงค์ให้ประชาชนสร้างอัตลักษณ์ความเป็นไทยในแต่ละพื้นที่ในการเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์และเพื่อสร้างการรับรู้อัตลักษณ์ความเป็นไทยในโอกาสการจัดประเพณีสงกรานต์ต่อชาวต่างชาติ เช่น การแต่งกายด้วยชุดไทย ชุดสุภาพผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น ชุดไทยย้อนยุค เสื้อลายดอก หรือเสื้อผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น เพื่อสร้างภาพลักษณ์และเพื่อสร้างการรับรู้อัตลักษณ์ความเป็นไทยในประเพณีสงกรานต์ต่อชาวต่างชาติ
2. มิติด้านเศรษฐกิจ
มาตรการที่ 3 ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนพัฒนากิจกรรมต่อยอดจากคุณค่าสงกรานต์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และกระจายรายได้สู่ชุมชน ดังนี้
9. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนสร้างสรรค์กิจกรรมที่พัฒนาต่อยอดจากคุณค่าสาระของประเพณีสงกรานต์ดั้งเดิม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของชุมชนและของประเทศ
10. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ส่งเสริมการต่อยอดเทศกาลสงกรานต์ด้วยไอเดียใหม่ ๆ เช่น ฟิลเตอร์ AR สงกรานต์ นำเสนอสงกรานต์ผ่านทุนทางวัฒนธรรม เช่น ศิลปะ ดนตรี แฟชั่น อาหาร เป็นต้น
มาตรการที่ 4 ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนส่งเสริมการใช้สื่อและแพลตฟอร์มดิจิทัลในการเผยแพร่ภาพลักษณ์สงกรานต์วิถีไทยสู่สังคมไทยและนานาชาติ ภายใต้กรอบวัฒนธรรมที่เหมาะสม
11. สนับสนุนให้ประชาชนใช้สื่อโซเชียลมีเดียเผยเพื่อแพร่ภาพการเข้าร่วมกิจกรรมสงกรานต์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Instagram Facebook Youtube Tiktok และ X เป็นต้น เพื่อกระตุ้นให้ชาวต่างชาติเกิดการรับรู้ สร้างแรงจูงใจให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศไทย
3. มิติด้านสังคม
มาตรการที่ 5 ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนรณรงค์ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย กฎจราจร และมาตรการความปลอดภัย รวมถึงหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ดังนี้
12. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนสื่อสารต่อประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎจราจรอย่างเคร่งครัด ตลอดจนการสร้างความมั่นใจต่อประชาชนเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย
13. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนสื่อสารต่อประชาชนให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อของกระทรวงสาธารณสุข
14. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนสื่อสารต่อประชาชนให้งดเล่นแป้ง หรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่อประชาชน
มาตรการที่ 6 ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่ไม่ละเมิดสิทธิ ไม่คุกคาม และสร้างบรรยากาศการเข้าร่วมงานที่ปลอดภัย เป็นมิตร และเหมาะสมสำหรับทุกกลุ่ม ดังนี้
15. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนสื่อสารต่อประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ให้คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน
4. มิติด้านสิ่งแวดล้อม
มาตรการที่ 7 ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนจัดกิจกรรมอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดขยะ ส่งเสริมแนวคิด Zero Waste การคัดแยกขยะ และการใช้น้ำอย่างประหยัด ดังนี้
16. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ร่วมกันกำจัดขยะที่เกิดจากการสืบสานประเพณีสงกรานต์ หรือลดขยะให้เป็นศูนย์ ตามแนวคิด Zero Waste ไม่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ
17. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนสื่อสารต่อประชาชนร่วมประเพณีสงกรานต์ด้วยความตระหนักในการประหยัดทรัพยากรน้ำ รวมถึงการอนุรักษ์แหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม
นางสาวซาบีดา กล่าวต่อว่า ในปีพุทธศักราช 2569 กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มีแนวคิดที่จะส่งเสริมคุณค่าของประเพณีสงกรานต์พัฒนาสู่การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่ยังคงไว้ซึ่งคุณค่าสาระ ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของประเพณีสงกรานต์ในแต่ละจังหวัด แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร่วมสมัยเพื่อสร้างจุดขายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จึงมีการสนับสนุนและยกระดับการจัดประเพณีสงกรานต์ในจังหวัดหรือเมืองที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นและมีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวสูง จำนวน 18 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย 5 เมืองอัตลักษณ์ (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดนครศรีธรรมราช) 13 เมืองน่าเที่ยว (จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดน่าน จังหวัดหนองคาย จังหวัดเชียงราย จังหวัดพัทลุง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดลพบุรี จังหวัดสงขลา และจังหวัดกาญจนบุรี) และกรุงเทพมหานคร ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และจัดกิจกรรมใน 50 วัด 50 เขต (วัดในเขตกรุงเทพมหานคร) ภายใต้ชื่องาน “สงกรานต์น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” โดยกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ที่กระทรวงวัฒนธรรมจัดขึ้น อันจะก่อให้เกิดการส่งเสริม ฟื้นฟู สืบสานให้ประเพณีสงกรานต์ตามแบบวิถีไทย ให้สามารถเป็นเทศกาลที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาสัมผัสประสบการณ์ เป็น Water Festival ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตนแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ อีกทั้งเป็นการเชิดชูอัตลักษณ์ไทย ดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์สงกรานต์วิถีไทย
สุดท้ายนี้ นางสาวซาบีดา ฝากถึงพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวว่าประเพณีสงกรานต์เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่มีความหมายมากกว่าการเล่นน้ำ แต่เป็นเทศกาลแห่งความรัก ความกตัญญู และความอบอุ่นของครอบครัว ซึ่งควรค่าแก่การส่งต่อไปสู่สายตาชาวโลก “สงกรานต์ไทยคือมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสืบทอดให้คนรุ่นหลัง เราต้องการให้สงกรานต์เป็นเทศกาลที่ทุกคนต้องมาเยือน อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต”
กระทรวงวัฒนธรรมขอเชิญชวนทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อมกับสงกรานต์ 2569 ซึ่งจะเป็นเทศกาลที่มอบประสบการณ์สุดประทับใจให้แก่ทั้งคนไทยและชาวโลก ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กรมส่งเสริมวัฒนธรรม : www.culture.go.th หรือ Facebook กรมส่งเสริมวัฒนธรรม















