กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จัดประกวดผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นภาครัฐ ยกระดับโรงงานยาสมุนไพรภาครัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นบุคลากรและประชาชน พร้อมเชิญชวน โรงงานผู้ผลิตยาสมุนไพร สังกัดโรงพยาบาลของรัฐ ทั่วประเทศ ส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วมประกวด ภายใต้แนวคิด “ปลูกไทยด้วยใจรักษ์” และ “THAI FARMA HUB” วางเป้าสร้างเศรษฐกิจสมุนไพร New S-Curve มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสมุนไพรไทยสู่ความยั่งยืน เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569

พญ.กัญญาภัค ศิลารักษ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการสร้างรากฐานวัตถุดิบสมุนไพรไทย ภายใต้แนวคิด “ปลูกไทยด้วยใจรักษ์” และ “THAI FARMA HUB” เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้ได้มาตรฐานสากล พร้อมผลักดันการใช้สมุนไพรในระบบบริการสุขภาพของภาครัฐ อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ การดำเนินงานสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2569 ที่กำหนดวิสัยทัศน์ “เชิดชูภูมิปัญญาไทย ต่อยอดเศรษฐกิจใหม่ ก้าวไกลสู่สากล” และพันธกิจ “มุ่งมั่นสร้างสรรค์คุณค่าที่ยั่งยืนจากภูมิปัญญาไทย เพื่อความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชาติ และสุขภาพที่ดีของคนไทย” โดยเฉพาะยุทธศาสตร์มิติที่ 2 การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสมุนไพรสู่ New S-Curve ซึ่งตั้งเป้าสร้างมูลค่าการใช้ยาสมุนไพร ในระบบบริการสุขภาพไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท และลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ
พญ.กัญญาภัค กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในกลไกสำคัญคือการจัด กิจกรรมการประกวดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดีเด่นภาครัฐ รางวัล “ปลูกไทยด้วยใจรักษ์” โดยกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร เพื่อส่งเสริมและยกระดับศักยภาพโรงงานผลิตยาสมุนไพรของโรงพยาบาลรัฐให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ยาสมุนไพรแก่บุคลากรสาธารณสุขและประชาชน

สำหรับการประกวด กำหนดให้โรงงานผู้ผลิตยาสมุนไพรสังกัดโรงพยาบาลของรัฐส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วมได้ เขตสุขภาพละ 3 ประเภท ได้แก่ ยาตำรับ ยาเดี่ยว และยาอื่น ๆ (ยาใช้ภายนอกหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ) โดยผลิตภัณฑ์ต้องมีการใช้จริงในระบบบริการสุขภาพ โรงงานผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี มีการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบสมุนไพรจากเกษตรกรในพื้นที่มากกว่า 2 ปี และมีผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพของผลิตภัณฑ์
ในส่วนเกณฑ์การตัดสินแบ่งเป็น 4 ด้าน รวม 100 คะแนน ประกอบด้วย 1)ด้านคุณภาพและความปลอดภัย 2)ด้านประสิทธิภาพและงานวิจัย 3)ด้านเศรษฐกิจ 4)ด้านลักษณะผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมตั้งแต่มาตรฐานโรงงาน แหล่งปลูก งานวิจัย การนำไปใช้เชิงระบบสุขภาพ ไปจนถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจและบรรจุภัณฑ์
เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยจะมอบรางวัลรวม 12 รางวัล แบ่งเป็นรางวัลระดับแพลทตินัม โกลด์ และซิลเวอร์ พร้อมเงินรางวัลและโล่หรือเกียรติบัตร ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัลจะจัดขึ้นในงาน มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล ณ บูธ “ร้านรักษ์ยาไทย”
พญ.กัญญาภัค กล่าวในตอนท้ายว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมให้การสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ โดยดำเนินการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพรและออกใบรับรองผลการวิเคราะห์วัตถุดิบ (Certificate of Analysis: COA) เพื่อยกระดับมาตรฐานวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างยั่งยืน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โทร.02-591-7007 ต่อ 3411 อีเมล hpss.dtam@gmail.com

