ยกระดับกระบวนการยุติธรรม! กรมคุ้มครองสิทธิฯ จับมือตำรวจภาค 4 ติวเข้ม พ.ร.บ.ป้องกันทรมาน-อุ้มหายฯ มุ่งสร้างมาตรฐานสากล

วันที่ 30 มกราคา 2569 – กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผนึกกำลังตำรวจภูธรภาค 4 จัด Workshopใหญ่ติวเข้มกฎหมายป้องกันการทรมานและอุ้มหายฯ ณ โรงแรมอวานี จ.ขอนแก่น มุ่งปรับวัฒนธรรมการทำงานเจ้าหน้าที่รัฐ เน้นโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลสู่มาตรฐานสากล

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ณัฐนนท์ ประชุม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับปฏิบัติการในสังกัดภาค 4 เข้าร่วมกว่า 138 นาย

นายธีรยุทธ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่แค่การเรียนรู้ข้อกฎหมาย แต่คือการ “ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน” ของเจ้าหน้าที่รัฐให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล > “เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้การทรมานและการอุ้มหายหมดไปจากสังคมไทยอย่างยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการคุ้มครองความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นอันดับแรก” รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ระบุ

การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ อาทิ ศ.ณรงค์ ใจหาญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ และ พ.ต.อ.วีร์พล ใหญ่อรุณ รองผู้บังคับการกองคดีอาญา ที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และถอดบทเรียนผ่าน 3 หัวใจหลัก:

* เจตนารมณ์กฎหมาย: สร้างความเข้าใจเชิงลึกเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิโดยไม่ตั้งใจ
* แนวทางปฏิบัติเชิงรุก: การปฏิบัติตามระเบียบใหม่เพื่อคุ้มครองทั้งตัวเจ้าหน้าที่เองและประชาชน
* การแก้ปัญหาหน้างาน : วิเคราะห์ความท้าทายจากสถานการณ์จริงเพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
ตำรวจมั่นใจกฎหมายชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นประชาชน

ด้าน พลตำรวจตรี ณัฐนนท์ ประชุม ย้ำชัดว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้อย่างสูงสุด การติวเข้มในครั้งนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีความมั่นใจในการทำหน้าที่

“เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าใจข้อกฎหมายอย่างถ่องแท้ การปฏิบัติหน้าที่ก็จะมีความโปร่งใส ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง” รอง ผบช.ภ.4 กล่าวทิ้งท้าย