นายนพพล ชูกลิ่น กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะทำงานถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย (คณะทำงานฯ) นำคณะทำงานฯ ประกอบด้วย ผู้บริหาร สทนช. ได้แก่ นายไวฑิต โอชวิช รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นายชุมลาภ เตชะเสน ผู้ช่วยเลขาธิการ สทนช. และเจ้าหน้าที่ สทนช. ผู้แทนกรมชลประทาน ผู้แทนสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนสถานเอกอัคราชฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ผู้แทนกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยว ประเทศญี่ปุ่น ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 28 – 29 มกราคม 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรคจากหน่วยงานในพื้นที่โดยตรง ซึ่งข้อมูลจริงที่ได้จะนำไปจัดทำ (ร่าง) แผนงาน คู่มือและแผนการซักซ้อมรับมืออุทกภัยของอำเภอหาดใหญ่ต่อไป
นายนพพล เปิดเผยว่า “การถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในครั้งนี้ ได้รับนโยบายจากท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรี (นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ) มีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอุทกภัยในอนาคต รัฐบาลไทยได้ขอให้ JICA ซึ่งมีประสบการณ์และองค์ความรู้ในการเผชิญอุทกภัยมายาวนาน มาร่วมในการถอดบทเรียนครั้งนี้ โดยจะขอเรียกว่า “หาดใหญ่โมเดล” เพราะเชื่อว่าผลจากการถอดบทเรียนจะนำไปสู่แนวทางที่จะเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นนำไปใช้ได้ ถึงแม้จะมีบริบทของพื้นที่ที่แตกต่างกันแต่กระบวนการทำงานหลักๆ จะไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการที่สำคัญ ซึ่งทาง JICA จะช่วยแลกเปลี่ยนและนำเสนอแนวทาง ผลการศึกษาจะทำให้เราได้แผนระยะสั้น กลาง ยาว เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ และได้กำหนดให้มีการซักซ้อมแผนก่อนเข้าสู่ฤดูฝนของปี 2569 โดยตามแผนงานที่วางไว้คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณต้นเดือนเมษายน 2569”

การลงพื้นที่ในวันที่ 28 มกราคม 2569 นายนพพลและคณะทำงานฯ ได้เข้าประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ณ ศาลาว่าการจังหวัดสงขลา โดยมี นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้การต้อนรับ พร้อมผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นต้น เข้าร่วมประชุม โดยผู้แทน JICA ได้นำเสนอวัตถุประสงค์ของการร่วมสนับสนุนในครั้งนี้ ประกอบด้วย ลงทุนในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ หรือ Disaster Risk Reduction (DRR) เพื่อการฟื้นฟูและทำให้ดีกว่าเดิม หรือ Build Back Better (BBB) คำแนะนำด้านการแจ้งเตือนล่วงหน้าและการอพยพ การพิจารณาความร่วมมือในอนาคตของญี่ปุ่น และการถอดบทเรียนเพื่อใช้กับภูมิภาคอื่นในประเทศไทย จากนั้นที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ร่วมหารือและเสนอแนะในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ ลำดับเหตุการณ์การเกิดอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ ความเข้มของปริมาณฝนที่ตก ปริมาณน้ำที่เกิดขึ้น และทิศทางการไหลของน้ำเข้าสู่ตัวเมืองอำเภอหาดใหญ่ ปริมาณตะกอนที่เกิดขึ้นบริเวณปากคลองอู่ตะเภา คลอง ร.1 คลอง ร.3 และทะเลสาบสงขลา การพิจารณาและผลักดันโครงการเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัย โดยเร่งขับเคลื่อนโครงการระยะเร่งด่วน และระยะสั้นลงสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และภาคเอกชน ก่อนที่คณะทำงานฯ จะเดินทางไปเก็บข้อมูลจากพื้นที่จริงในจุดต่าง ๆ ได้แก่ ปากทะเลสาบสงขลา จุดเชื่อมคลองระบายน้ำ ร.3 ร.4 และผ่านเส้นทางเลียบคลอง จุดก่อสร้างโครงการถนนวงแหวนหาดใหญ่ สถานี X90 บ้านบางศาลา อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน และคลองระบายน้ำ ร.6

ต่อมาวันที่ 29 มกราคม 2569 นายนพพลและคณะทำงานฯ ได้เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ณ สำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยมี นายณรงค์พร ณ พัทลุง นากยกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ ให้การต้อนรับพร้อมเจ้าหน้าที่ โดยมีผู้แทนกรมชลประทานเข้าร่วมประชุม ที่ประชุมได้รับฟังสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงการหารือข้อขัดข้องในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ กระบวนการแจ้งเตือนภัยในส่วนของข้อมูล ระยะเวลาแจ้งเตือนและการตัดสินใจ การปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ การบูรณาการระหว่างหน่วยงานและพื้นที่ข้างเคียง ปัญหาอุปสรรคทางกายภาพและอุปกรณ์เครื่องมือ เป็นต้น ภายหลังการประชุม คณะทำงานฯ ได้เดินทางไปเก็บข้อมูลจากพื้นที่จริงในจุดต่าง ๆ ได้แก่ คลองเตยบริเวณสวนศิริ คลองหวะบริเวณถนนประชาอุทิศ ประตูระบายน้ำภูมินาทดำริ คลอง ร.1 บริเวณถนนเพชรเกษม คลองอู่ตะเภา บริเวณสะพานพิทักษ์คุมพล และบริเวณถนนลพบุรี-ราเมศวร์ สถานีสูบน้ำบางหยี (ปลายคลอง ร.1)
ในการนี้ การลงพื้นที่เก็บข้อมูลทั้งสองวัน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะผู้แทน JICA ได้เข้าใจและเห็นภาพสภาพปัญหาในพื้นที่ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ คณะทำงานฯ และ JICA ยังได้หารือร่วมกันถึงแนวทางและความเป็นไปได้ในการปรับปรุงทางกายภาพของพื้นที่เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำโดยการขยายพื้นที่คลอง การออกแบบถนนร่วมกับระบบป้องกันน้ำท่วมและคลองระบายน้ำขนานกับถนน การขุดลอกบริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งปากทะเลสาบสงขลา การเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำและพื้นที่หน่วงน้ำในลักษณะแก้มลิง เป็นต้น โดยผลจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะได้นำไปวิเคราะห์แนวทางรับมือมหาอุทกภัยต่อไป










































