ทส. สั่งระดมพลตรวจสอบข้อร้องเรียนบุกรุกที่ดินในป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งขวา จ.แม่ฮ่องสอน พบผิดจริงสั่งดำเนินการตามกฎหมาย

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ตามที่เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ได้ทำหนังสือถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอให้ตรวจสอบการบุกรุกที่ดินในป่าอนุรักษ์ ลุ่มน้ำยวม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ใน 2 กรณี ได้แก่ หนึ่ง กรณีมีนายทุนรายหนึ่งบุกรุกสร้างบ้านพักบริเวณลำห้วยกุ้ง และ สอง กรณีการลักลอบขุดแร่ดีบุกในพื้นที่ ภายหลังได้รับหนังสือร้องเรียน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้มีข้อสั่งการให้กรมป่าไม้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียดทันที หากพบกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายไม่ละเว้น

ในการนี้ กรมป่าไม้โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน โดยเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส. 6 (สบเมย) หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้สบเมย เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสบเมย เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสบเมย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่เงา (เตรียมการ) เจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (สาขาแม่สะเรียง) ชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยป้องกันรักษาป่าอำเภอสบเมย ร่วมกันลงพื้นที่ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามข้อร้องเรียนของเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน

จากการตรวจสอบกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าลำห้วยกุ้ง ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งขวา ต.สบเมย อ.สบเมย ถูกบุกรุกอย่างชัดเจน มีการล้อมรั้วลวดหนามและติดตั้งกล้องวงจรปิดในลักษณะที่แสดงความเป็นเจ้าของโดยเอกชนจากภายนอก ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ลงเรือยนต์หางยาวล่องไปตามแม่น้ำยวม ห่างจากแม่น้ำสองสีที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เงา (เตรียมการ) ประมาณ 3 กิโลเมตร ยังพบมีการปลูกสร้างลักษณะเป็นที่อยู่อาศัยมีการล้อมรั้วลวดหนามสามารถมองเห็นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ได้ตรวจสอบรอบ ๆ ยังพบสิ่งปลูกสร้างพร้อมทั้งมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจจับพิกัดด้วย GPS ตามพิกัด 47 Q 388669 UTM 1975012 ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจยึดพื้นที่และทำบันทึกจับกุมดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อว่า ในส่วนการร้องเรียน กรณีที่ 2 พบการทำเหมืองแร่ดีบุก ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพบว่าเป็นเหมืองแร่ซีไลต์และวุลแฟรมที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พนาสิทธิ์ ได้รับสัมปทานถูกต้องตามกฎหมาย และยังไม่หมดอายุใบอนุญาต จะหมดอายุในวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2570 ทั้งนี้ ได้ลงเรือสำรวจล่องตามลำน้ำยวม จากแม่น้ำสองสีที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เงา (เตรียมการ) ไปจนถึงบ้านท่าเรือหย่อมบ้านทียาเพอ ไม่พบร่องรอยเส้นทางการนำแร่ออกมาแต่อย่างใด

“กรมป่าไม้ ขอย้ำว่าจะปกป้องผืนป่าและทรัพยากรของประเทศ ตามข้อสั่งการของปลัด ทส. ให้ดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด โดยกำชับให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามทันทีที่ได้รับแจ้งเบาะแส ไม่ว่าจะเป็นนายทุน ผู้มีอิทธิพล หรือขบวนการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมให้ดำเนินคดีถึงที่สุด” นายนิกร กล่าว