
วันที่ 16 มกราคม 2569 – ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ มอบหมายให้นายมูฮัมหมาด ยังหะสัน ผู้อำนวยการกองที่ดินของรัฐ ร่วมกับกรมแผนที่ทหารเข้าร่วมประชุม แต่งตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา เพื่อสำรวจ ตรวจสอบ และรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแนวเขตที่ดินของรัฐในพื้นที่นิคมสหกรณ์ นิคมสร้างตนเอง และที่ดินของรัฐประเภทอื่น ๆ และเดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดินของประเทศอย่างเป็นเอกภาพ บูรณาการความร่วมมือกับหลากหลายภาคส่วน โดยมีกรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นหน่วยงานหลักด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือสำรวจ เพื่อยกระดับความแม่นยำในการตรวจสอบแนวเขตที่ดินของรัฐ และเร่งแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้นโยบายแผนที่หนึ่งเดียวของประเทศ (One Map) โดยมีพลตรี ประดิยุทธ์ ศูนย์กลาง รองเจ้ากรมแผนที่ทหาร หัวหน้าชุดปฎิบัติการเป็นประธานการประชุมชุดปฏิบัติการสำรวจฯ ครั้งที่ 1/2569 ณ กรมแผนที่ทหาร และผ่านระบบประชุมอิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้องประชุม ชั้น 15 กรมแผนที่ทหาร ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร และในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
จากการติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) มาตราส่วน 1 : 4000 พบว่าในพื้นที่กลุ่มที่ 5 ยังคงมีประเด็น ที่ต้องเร่งตรวจสอบเชิงลึก โดยเฉพาะพื้นที่นิคมสร้างตนเองศรีสาครและสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีการทับซ้อนกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าพรุ รวมถึงปัญหาแนวเขตคลาดเคลื่อนบริเวณป่าเทือกเขาสันกาลาคีรี จังหวัดสงขลา

พลตรี ประดิยุทธ์ ศูนย์กลาง รองเจ้ากรมแผนที่ทหาร ฝ่ายบริหาร ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการสำรวจฯ ครั้งที่ 1/2569 กล่าวว่า “การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และข้อมูลเชิงพื้นที่จากหลายหน่วยงาน เพื่อยกระดับความแม่นยำในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ โดยกรมแผนที่ทหารได้นำเทคนิคการรังวัดด้วยเครื่อง GNSS แบบสองความถี่ ควบคู่การวิเคราะห์ผ่านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) รวมถึงการใช้ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ สมุดบันทึกการรังวัด และหลักฐานทางประวัติศาสตร์พื้นที่ มาปรับเส้นแนวเขตให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศจริงมากที่สุด”
กรมแผนที่ทหารได้นำเสนอแนวทางปฏิบัติงานทางเทคนิคที่เข้มงวด ใช้เครื่องรังวัดสัญญาณดาวเทียม GNSS แบบสองความถี่ ควบคู่การวิเคราะห์ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และการบูรณาการข้อมูลจากภาพถ่ายทางอากาศ สมุดบันทึกการรังวัด และหลักฐานทางประวัติศาสตร์พื้นที่ เพื่อปรับเส้นแนวเขตให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศจริง (Fine-Tuned Mapping) เพิ่มความน่าเชื่อถือ โปร่งใสและเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน
ในการนี้ การขับเคลื่อนดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ สคทช. ในการบริหารจัดการที่ดินของประเทศอย่างเป็นระบบ ใช้กลไกความร่วมมือเชิงบูรณาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นเครื่องมือหลัก เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ยุติข้อพิพาทด้านที่ดินที่ยืดเยื้อ และคืนความเป็นธรรมด้านสิทธิในที่ดินทำกินให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้มาตรฐานแผนที่หนึ่งเดียวของประเทศ
ผู้แทนกรมแผนที่ทหารให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “พื้นที่ดำเนินการหลักแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งประกอบด้วยนิคมสร้างตนเองและนิคมสหกรณ์รวม 4 แห่ง และพื้นที่กันออกจากป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาในจังหวัดสงขลา โดยปัญหาสำคัญคือความคลาดเคลื่อนของแนวเขตดิจิทัลเมื่อเทียบกับสภาพภูมิประเทศจริง ทำให้จำเป็นต้องลงพื้นที่ตรวจสอบทุกแนวเขตอย่างละเอียด เพื่อจำแนกพื้นที่ซ้อนทับและกำหนดความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน”
นอกจากนี้ ได้กำหนดไทม์ไลน์การดำเนินงาน 4 เดือน เน้นการลงพื้นที่และการมีส่วนร่วม สำหรับแผนปฏิบัติการ ได้กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน 2569 ดังนี้
1. เดือนมกราคม มีการรวบรวมข้อมูลปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐ และจัดประชุมชุดปฏิบัติการ ณ กรมแผนที่ทหาร พร้อมลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 26-27 มกราคม เพื่อตรวจสอบพิกัดในเขตนิคมสร้างตนเองและนิคมสหกรณ์ที่สำคัญ อาทิ นิคมสหกรณ์ปิเหล็ง และนิคมสหกรณ์บาเจาะ
2. เดือนกุมภาพันธ์ เป็นการลงพื้นที่เชิงลึกในจังหวัดนราธิวาส เพื่อสำรวจ ตรวจสอบ และรวบรวมข้อเท็จจริงในพื้นที่นิคมสร้างตนเองศรีสาคร นิคมสร้างตนเองสุคิริน นิคมสหกรณ์ปิเหล็ง และนิคมสหกรณ์บาเจาะ ควบคู่การประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ก่อนจัดประชุมสรุปผลการดำเนินงาน ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส โดยเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วม
3. เดือนมีนาคม ดำเนินการลงพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาสันกาลาคีรี อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เพื่อยืนยันหมุดหมายร่วมกับส่วนราชการและภาคประชาชน พร้อมจัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานครั้งที่ 2 ณ กรมแผนที่ทหาร และในพื้นที่จังหวัดสงขลา
4. เดือนเมษายน เป็นขั้นตอนสำคัญในการเสนอผลการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและจังหวัดสงขลา ต่อคณะทำงาน คณะอนุกรรมการ และคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและนำไปสู่การประกาศใช้ต่อไป
นายมูฮัมหมาด ยังหะสัน ผู้แทน สคทช.กล่าวย้ำว่า “จังหวัดนราธิวาสจะเป็นพื้นที่ต้นแบบของการปฏิบัติงาน ซึ่งผลการดำเนินการจะครอบคลุมและขยายไปยังจังหวัดยะลาและปัตตานี โดยเปิดโอกาสให้จังหวัดต่าง ๆ เสนอประเด็นปัญหาเพิ่มเติมเข้าสู่การพิจารณาในวาระถัดไป เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนและรอบด้าน”
การขับเคลื่อนครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของ สคทช.พร้อมด้วย กรมแผนที่ทหาร กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ในการผลักดันให้เกิดความเป็นธรรม เป็นเครื่องมือหลักในการยุติข้อพิพาทที่ดินของรัฐที่สะสมมายาวนาน เสริมสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ภายใต้มาตรฐานแผนที่หนึ่งเดียวของประเทศ และหลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการที่ดินอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม










