อธิบดีกรมป่าไม้ “นิกร ศิรโรจนานนท์” กดปุ่มมอบนโยบายด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สั่งเดินหน้าเข้มทั้งป้องกันรักษาป่า ให้ใช้กฎหมายจริงจัง ผสานกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ส่วนด้านการควบคุมไฟป่า ยกระดับความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
วันที่ 8 ม.ค. 2569 กรมป่าไม้โดยสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดพิธีมอบนโยบายด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธาน พร้อมกันนี้ ได้มีการตรวจเยี่ยมกำลังพลและมอบของเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าและเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษควบคุมไฟป่า (เหยี่ยวไฟ) ณ โรงแรมเลอ แคสเซีย อำเภอเมืองขอนแก่น

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงนโยบายด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า การป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ถือเป็นภารกิจสำคัญยิ่งของกรมป่าไม้ในการคุ้มครองทรัพยากรของชาติ โดยแนวทางการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้ นโยบายและแนวทางการดำเนินงาน จะสอดรับกับนโยบายของ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่า หมอกควัน และการบูรณาการความร่วมมือการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อมุ่งสู่ Net Zero Emissions

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อไปว่า ด้านการป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ขอให้เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเป็นธรรม และควบคู่กับการกำกับติดตาม ตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด ดำเนินมาตรการทางวินัย และกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอย่างเด็ดขาด และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการตรวจการณ์ เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบการนำเคลื่อนไม้ทั้งภายใน และระหว่างประเทศอย่างเข้มงวด พร้อมกำหนดแนวเขตป่าตามกฎหมายให้ชัดเจน
“พร้อมทั้งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชน พัฒนาและสนับสนุนเครือข่ายภาคประชาชนด้านการพิทักษ์ป่า ควบคู่กับการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายป่าไม้แก่ชุมชน และพัฒนากลไกสร้างแรงจูงใจ โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการปลูกป่า และการใช้ประโยชน์จากกลไกคาร์บอนเครดิต เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้อย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว

พร้อมกันนี้ นายนิกร ได้เน้นย้ำถึงเรื่องการควบคุมไฟป่า โดยการยกระดับความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจงานควบคุมไฟป่า มอบหมายให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ พร้อมประสานคณะทำงานแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับจังหวัด เตรียมความพร้อม และกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน พร้อมกำหนดเป้าหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจ จัดทำข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติ แผนงาน งบประมาณ สนับสนุนภารกิจอย่างเป็นรูปธรรม
“พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ และการขับเคลื่อนภารกิจควบคุมไฟป่า ให้ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่า ร่วมกับส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ สนับสนุนองค์ความรู้เทคนิค แนวทางปฏิบัติแก่หน่วยป้องกันรักษาป่าและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเสริมสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนภารกิจควบคุมไฟป่าให้มีประสิทธิภาพ และต่อเนื่อง” อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว
สำหรับมาตรการเตรียมความพร้อมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า ให้หน่วยป้องกันรักษาป่าร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจพื้นที่ที่มีความเสี่ยง จัดทำแนวกันไฟ บริหารจัดการเชื้อเพลิง วางระบบเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนล่วงหน้า พร้อมให้ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าจัดตั้งศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่าเป็นศูนย์กลางการประสานงาน เพื่อให้การตอบสนองอย่างรวดเร็ว มีเอกภาพ และลดความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ขอเน้นย้ำว่า “คนทำงานภาคสนาม” คือ หัวใจสำคัญของการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้จะสนับสนุนสวัสดิการ อุปกรณ์ และการฝึกอบรมเพื่อให้ทุกท่านทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อปกป้องผืนป่าไทยให้คงอยู่เป็นมรดกของชาติสืบไป” อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว

