“วรโชติ” แนะเคล็ดลับ “3 ลด 3 เพิ่ม” ดูแลสุขภาพช่วงฉลองเทศกาลปีใหม่ ชู สมุนไพรรสร้อน และ รสเปรี้ยว

“วรโชติ”รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แนะเคล็ดลับ“3 ลด 3 เพิ่ม”ลดหวาน ลดมัน ลดแอลกอฮอล์ รวมถึง เพิ่มสมุนไพรรสร้อน เพิ่มสมุนไพรรสเปรี้ยว เพิ่มสมุนไพรขับสารพิษ ชี้พฤติกรรม “หวาน มัน และ แอลกอฮอล์” ส่งผลกกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ พร้อมแนะนำสมุนไพรที่เหมาะจะนำมาปรุงเป็นอาหาร เช่น ขิง ขมิ้นชัน กะเพรา ตะไคร้ กระชาย เพื่อฟื้นฟูสุขภาพร่างกายประชาชนให้แข็งแรง ช่วงฉลองเทศกาลปีใหม่

นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ช่วงการฉลองเทศกาล ปีใหม่ ประชาชนจำนวนมากมักประสบปัญหาสุขภาพจากการเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมในปริมาณมาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบร่างกาย ทำให้เกิด ภาวะอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ วิงเวียน รวมถึงปัญหาในระบบทางเดินอาหาร เช่น แน่นท้อง และท้องอืด

เพื่อให้ร่างกายกลับมาสมดุลและแข็งแรงอีกครั้ง กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขอแนะนำแนวทาง“3 ลด 3 เพิ่ม” ตามหลักการแพทย์แผนไทย ดังนี้ “3 ลด” ตัดวงจรปัจจัยลบ 1.ลดหวาน น้ำตาลปริมาณมาก จะส่งผลเสียต่อร่างกายทำให้ธาตุในร่างกายเสียสมดุล ร่างกายเกิดอาการอ่อนเพลีย สมองไม่สดชื่น 2. ลดมัน อาหารทอดหรือกะทิ เป็นภาระหนักของตับและน้ำดี การลดมันจะช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อและร้อนใน 3. ลดแอลกอฮอล์ เพื่อให้ตับและร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งให้ร่างกายขาดน้ำ

ในส่วน “3 เพิ่ม” เติมสมุนไพรฟื้นฟูธาตุ 1.เพิ่มสมุนไพรรสร้อน เช่น ขิง ข่า พริกไทย หรือใบกะเพรา เพื่อกระตุ้นการไหลเวียน ขับลมที่ค้างในลำไส้ และฟื้นฟูระบบย่อยอาหาร 2.เพิ่มสมุนไพรรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะขามป้อม มะนาว หรือน้ำกระเจี๊ยบ ซึ่งมีวิตามินซีสูง ช่วยลดความเหนื่อยล้า 3.เพิ่มสมุนไพรรางจืดขับสารพิษ เช่น ฝุ่น ยาฆ่าแมลง ในพืชผักผลไม้ รับประทาน(ชนิดชง) ครั้งละ 2–3 กรัม ชงน้ำร้อน 120–200 มล. วันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร เพื่อขับสารพิษตกค้าง ผู้ป่วยที่รับประทานยาอื่นประจำ ผู้ป่วยเบาหวานต้องใช้อย่างระมัดระวัง และ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน

สำหรับ อาการท้องอืดที่เกิดขึ้นหลังการรับประทานอาหารที่มากเกินไป ตามศาสตร์แผนไทยเรียกว่า “ธาตุลมกำเริบ” หรือ “ไฟธาตุหย่อน” ทำให้ย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ การใช้สมุนไพรรสร้อนจะช่วยเพิ่มไฟธาตุได้ดี โดยมี 5 สมุนไพรยอดนิยมที่ควรนำมาปรุงอาหาร ได้แก่ ขิง ช่วยขับลม แก้จุกเสียด ขมิ้นชัน บรรเทาอาการแน่นจุกเสียดท้องอืด ท้องเฟ้อ และรักษาแผลในกระเพาะ กะเพรา แก้ปวดท้อง ขับลม ตะไคร้ ขับลมและช่วยให้เจริญอาหาร กระชาย แก้ปวดมวนท้อง บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น

นายวรโชติ กล่าวในตอนท้ายว่า ขอเน้นย้ำให้ประชาชนดูแลสุขภาพให้ถูกวิธี ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และพักผ่อนให้เหมาะสม หากมีข้อสงสัยสามารถขอคำปรึกษาเกี่ยวกับศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพรได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐทั่วประเทศ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โทร. 0 2149 5678 รวมถึงช่องทางออนไลน์ เฟซบุ๊ก: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ ไลน์แอด: @DTAM