สธ. เข้มสุขอนามัยในศูนย์พักพิงฯ ป้องกันโรคระบาด เผย คลังเลือดสำรองพอใช้ 1 สัปดาห์ ประชาชนยังสามารถบริจาคได้

กระทรวงสาธารณสุข ดูแลสุขภาพประชาชนในศูนย์พักพิงจากสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ต่อเนื่อง เข้มการเฝ้าระวังควบคุมโรคและอนามัยสิ่งแวดล้อม ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ รุกดูแลสุขภาพจิตทั้งประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ด้านคลังเลือดสำรองภาพรวมเพียงพอสำหรับการใช้ใน 1 สัปดาห์ ยังเปิดรับบริจาคต่อเนื่อง ประชาชนติดต่อได้ที่โรงพยาบาลในพื้นที่

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชายแดนไทย – กัมพูชา โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมประชุมกับผู้บริหารพื้นที่ และกล่าวว่า ภาพรวมสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่เสี่ยง 7 จังหวัด ยังปิดให้บริการเท่าเดิม 12 แห่ง รพ.สต. ปิดบริการสะสม 211 แห่ง ย้ายผู้ป่วยในไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มขึ้นเป็น 742 ราย ส่วนการดูแลสุขภาพจิต มีการคัดกรองประชาชนไปแล้ว 130,605 ราย พบเครียดสูงสะสม 1,127 ราย และเสี่ยงทำร้ายตนเองสะสม 156 ราย คัดกรองบุคลากรทางการแพทย์ 4,675 ราย พบเครียดสูงสะสม 78 ราย ทั้งหมดได้รับการปฐมพยาบาลทางจิตใจ และติดตามอย่างต่อเนื่องจนกว่าอาการจะดีขึ้น ส่วนศูนย์พักพิงมีการเปิดเพิ่มขึ้นรวม 996 จุด มีผู้เข้าพักรวม 261,137 คน เป็นกลุ่มเปราะบาง 69,487 คน มีการส่งต่อผู้พักพิงไปรักษาในโรงพยาบาลสะสม 633 ราย

“ขณะนี้มีประชาชนเข้ามาอยู่ศูนย์พักพิงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเราจัดทีมดูแลทั้งด้านการแพทย์และสาธารณสุข หมุนเวียนดูแลตลอด 24 ชั่วโมง มีการจัดกิจกรรมคลายเครียดให้กับประชาชน เฝ้าระวังควบคุมโรคและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องเลือดสำรอง ขณะนี้มีพอใช้ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ยังมีความต้องการเพื่อสำรองไว้รับสถานการณ์ที่อาจรุนแรงขึ้น ซึ่งประชาชนสามารถบริจาคเพิ่มเติมได้ตลอด” นายพัฒนากล่าว

ด้าน นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังและควบคุมโรคเชิงรุกในศูนย์พักพิง พบมีรายงานการป่วยเป็นกลุ่มก้อน เช่น ไข้หวัดใหญ่ อุจจาระร่วง ในหลายพื้นที่ แต่อัตราป่วยยังไม่เกินเกณฑ์เฝ้าระวัง และทีมสอบสวนควบคุมโรคสามารถควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดได้ ขณะที่น้ำอุปโภคที่ใช้ในศูนย์พังพิง มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำและแนะนำให้เติมคลอรีนให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้งแนะนำการคัดแยกขยะเพื่อนำไปกำจัดให้ถูกต้อง รักษาความสะอาดของห้องน้ำห้องส้วม และขอความร่วมมือประชาชนในการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หากมีอาการเจ็บป่วยให้ปรึกษาบุคลากรการแพทย์ประจำศูนย์พักพิง เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค ตลอดจนดูแลสุขภาพจิตใจของกันและกันเพื่อลดความเครียด