หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และมูลนิธิหนังไทย ขอเชิญมาเปิดโลกหนังสั้นในช่วงส่งท้ายปี 2025 พบกับหนังสั้นไทยที่เข้ารอบสุดท้ายในสาขาต่าง ๆ จากผลงานที่ส่งเข้าร่วมประกวดเกือบ 700 เรื่อง หนังสั้นเหล่านี้ต่างบันทึกภาพสังคมไทยในช่วงปัจจุบันไว้อย่างหลากหลาย แบ่งออกเป็น 6 สาขารางวัลหลัก ได้แก่ รางวัลรัตน์ เปสตันยี (บุคคลทั่วไป) รางวัลช้างเผือก (นักศึกษา) รางวัลช้างเผือกพิเศษ (นักเรียน) รางวัลดุ๊ก (สารคดี) รางวัลปยุต เงากระจ่าง (แอนิเมชั่น) และรางวัลดิจิทัลฟอรัม (หนังสั้นที่ยาวเกิน 30 นาที) ทั้งหมดจะจัดฉายขึ้นจอใหญ่ในรอบวันเสาร์อาทิตย์ และมีการประกาศผลรางวัลในวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม เวลา 18.30 น.

นอกจากหนังประกวดของไทย เทศกาลปีนี้ยังมีโปรแกรมพิเศษที่น่าสนใจอีกมากมาย เริ่มต้นจากวันเปิด 13 ธันวาคม ที่จะรำลึกการจากไปของ กิตติศักดิ์ สุวรรรณโภคิน นักวิจารณ์ชั้นครูผู้มีส่วนสำคัญกับเทศกาล ด้วยการนำหนังสั้นนักเรียนนักศึกษาในอดีตที่ท่านชื่นชอบ มาจัดฉายให้ชมอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีหนังสั้นเควียร์คลาสสิก Iron Pussy ภาค 2 ของไมเคิล เชาวนาศัย ที่ฉายประกบกับหนังสั้นร่วมสมัยของศิลปิน โอ๊ต มณเฑียร ในโปรแกรม Patpong Odyssey
หนึ่งในโปรแกรมพิเศษหลักของเทศกาล คือหนังสั้นชุด S-Express ซึ่งเป็นโปรแกรมแลกเปลี่ยนระหว่างคิวเรเตอร์หนังสั้นในอาเซียน ปีนี้มีผลงานจาก 7 ประเทศมาให้ชมได้แก่ เมียนมา, มาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย และบรูไน ในขณะเดียวกันยังมีโปรแกรมฉลองวาาระครบรอบ 35 ปี ของ The Substation องค์กรศิลปะที่สำคัญของสิงคโปร์ ด้วยหนังสั้นยุค 2000s – 2010s ที่สนุกสนานไปกับการทดลอง และมีจิตวิญญาณยึดโยงกับชุมชน
เทศกาลหนังสั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก Clermont-Ferrand จากฝรั่งเศส ในปีนี้ได้ส่งหนังสั้นสำหรับเด็กเล็กและเด็กโต มาจัดฉายให้ชมเป็นพิเศษ เป็นชุดที่หาชมได้ยากและกลุ่มครอบครัวไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกัน เทศกาลแอนิเมชั่นของไทย SiamANIMA ก็ได้นำแอนิเมชั่นที่ชนะรางวัลต่าง ๆ ในเทศกาลมาร่วมจัดฉายด้วย หนึ่งในนั้นมีโปรแกรมสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ในชุดแอนิเมชั่นนี้ยังมี หนังสั้นจากโครงการโลกใบเล็กของหอภาพยนตร์ ซึ่งเป็นแอนิเมชั่นฝีมือคนไทยที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้เหมาะแก่เด็กๆ ชั้นประถมศึกษา
ไฮไลต์สำคัญในวันปิดเทศกาล 21 ธันวาคม คือหนังสั้นโปรแกรมพิเศษที่มีความเข้มข้นทางการเมือง ได้แก่โปรแกรม Dear Palestine ที่รวบรวมหนังสั้นทดลองของคนทำหนังปาเลสไตน์ร่วมสมัย ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่ก้าวข้ามประเพณีของสารคดีประวัติศาสตร์แบบดั้งเดิม และ Narrative ผลงานเรื่องใหม่ของ อโนชา สุวิชากรพงศ์ ที่ถ่ายทำในวาระครบรอบ 15 ปีของเหตุการณ์สังหารหมู่ผู้ประท้วงในปี 2553 ด้วยการสมมติการพิจารณาคดีของผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งจะจัดฉายเป็นรอบปฐมทัศน์ในเมืองไทย และผู้กำกับจะมาร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนกับผู้ชมหลังจบภาพยนตร์
เช็ครอบฉายเทศกาลและสำรองที่นั่งได้ที่ https://vp.eventival.com/TFF/tsfvf2025

