
วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การถ่ายทอดทักษะและองค์ความรู้ในการตัดเย็บและการตกแต่งประดับลวดลายชุดไทยพระราชนิยม ภายใต้โครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล พร้อมด้วย นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (ผู้แทนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม) นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม รองศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นางสาวกิตติพร ใจบุญ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิปัญญา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทย นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ คณะที่ปรึกษาโครงการชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทย นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข คณะที่ปรึกษาโครงการชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทย นางสุกัญญา เย็นสุข ผู้อำนวยการกลุ่มสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม นางสาวศิวพร ฉันทไกรวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มเผยแพร่และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม นายสมภพ ปู่ไทย ผู้อำนวยการกลุ่มศูนย์ข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม นายชาคริต สิทธิฤทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและรักษารายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และผู้เข้าร่วมโครงการฯ เข้าร่วมพิธีเปิด ณ ห้องนิทรรศการ G23 ชั้น ๓ อาคารนวัตกรรม ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุงเทพมหานคร

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับทราบอย่างกว้างขวางด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ พร้อมกันนี้ยังเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพระองค์ทรงริเริ่มให้มีการศึกษาค้นคว้าเครื่องแต่งกายสตรีไทยสมัยต่าง ๆ ในเวลาต่อมา ได้พระราชทาน “ชุดไทย” ให้เป็นชุดประจำชาติสำหรับสวมใส่ในวาระโอกาสต่าง ๆ และเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะศิลปหัตถกรรมผ้าทอไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการพิจารณาขึ้นทะเบียน “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติ การแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” (Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of The Thai National Costume) เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากองค์การยูเนสโก ซึ่งจะได้รับการพิจารณาในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2569
ด้านนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดำเนินการโครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล กิจกรรมการรวบรวมและเผยแพร่องค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม เผยแพร่ และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้อย่างกว้างขวางด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการสวมใส่ชุดไทยและผ้าไทยในชีวิตประจำวัน และในโอกาสสำคัญต่าง ๆ รวมถึงสร้างความภาคภูมิใจ ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบสาน ให้ชุดไทยพระราชนิยมสามารถดำรงอยู่อย่างมีคุณค่าคู่ชาติไทยตลอดไป ที่สำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับการเสนอให้ “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” (Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of The Thai National Costume) เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโก
โครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล กิจกรรมการรวบรวมและเผยแพร่องค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม เป็นการดำเนินงานในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ (1) การจัดทำสื่อองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม โดยจัดทำต้นฉบับหนังสือ วีดิทัศน์ แผ่นพับ รวบรวมองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (2) การจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การถ่ายทอดทักษะและองค์ความรู้ ในการตัดเย็บและการตกแต่งประดับลวดลายชุดไทยพระราชนิยม จำนวน 2 ครั้ง คือครั้งนี้ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2568 ณ ห้องนิทรรศการ G23 ชั้น 3 อาคารนวัตกรรม ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กรุงเทพมหานคร และครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ 15 – 17 ธันวาคม 2568 ณ จังหวัดอุดรธานี (3) การจัดงานเสวนาเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม (4) การจัดนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 2 ครั้ง ณ กรุงเทพมหานครและจังหวัดขอนแก่น และ (๕) การจัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ















