กรมประมง..เดินหน้าเร่งสำรวจความเสียหายภาคประมงจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ พร้อมแจงมาตรการเยียวยาเพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทันทีหลังน้ำลด ตามข้อสั่งการเร่งด่วนของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็วที่สุด

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากที่เกิดสถานการณ์อุทกภัยรุนแรง นับตั้งแต่วันที่ 11-28 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส พัทลุง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง โดยเฉพาะสงขลาเป็นอย่างมาก ซึ่งในระยะวิกฤตนั้น กรมประมงได้บูรณาการความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยจัดชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ 24 ชั่วโมง ระดมทีมเจ้าหน้าที่พร้อมเรือตรวจการประมง และรถลากจูง ช่วยอพยพผู้ป่วยและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่น้ำท่วม นอกจากนี้ ยังได้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดเส้นทาง นำสิ่งกีดขวางออกเพื่อให้การกู้ภัยสามารถดำเนินภารกิจได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเฉพาะหน้า ซึ่งขณะนี้สถานการณ์หลายพื้นที่ได้เริ่มคลี่คลายและดีขึ้นเป็นลำดับแล้ว

ในด้านความเสียหายด้านประมง กรมประมง ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายทันทีที่น้ำลด เพื่อให้การดำเนินมาตรการเยียวยาแก่เกษตรกรเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการประมง พบว่า ในพื้นที่น้ำท่วม 9 จังหวัด มีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทั้งบ่อดิน บ่อซีเมนต์ และกระชัง ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 13,272 ราย มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 19,137.14 ไร่ 115,401.92 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 285,280,742 บาท ซึ่งกรมประมงจะเร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายและเริ่มกระบวนการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 ต่อไป
สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือด้านประมง ดังนี้ 1. กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล ช่วยเหลือเยียวยา ไร่ละ 11,780 บาท (ไม่เกิน 5 ไร่ต่อราย) 2. ปลาหรือสัตว์น้ำอื่น (นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น) ที่เลี้ยงในบ่อดิน เยียวยา ไร่ละ 4,682 บาท (ไม่เกิน 5 ไร่ต่อราย) 3. สัตว์น้ำที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือลักษณะอื่นที่คล้ายคลึงกัน ช่วยเหลือเยียวยา ตารางเมตรละ 368 บาท (ไม่เกิน 80 ตารางเมตรต่อราย) โดยเกษตรกรที่มีความประสงค์ขอรับการเยียวยาช่วยเหลือต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ต้องเป็นเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนเกิดภัยพิบัติ มีพื้นที่เพาะเลี้ยงต้องอยู่ในพื้นที่ที่ได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน และพื้นที่เพาะเลี้ยงต้องได้รับความเสียหายจริง

ทั้งนี้ เกษตรกรประมงผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำหรือขอความช่วยเหลือ ได้ที่สำนักงานประมงอำเภอ สำนักงานประมงจังหวัด และหน่วยงานกรมประมงในพื้นที่จังหวัดที่ประสบภัยหรือ กลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมง กองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ กรมประมง โทรศัพท์หมายเลข 0 2558 0236…อธิบดีกรมประมง กล่าวทิ้งท้าย



