นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับองค์การศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์–ฮินดู และศาสนาซิกข์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภาคกลาง 17 จังหวัด เครือข่ายชุมชนคุณธรรมพลังบวร และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงาน “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนพลังบวร” ระหว่างวันที่ 29 – 31 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีแสดงศักยภาพของชุมชนคุณธรรมพลังบวร ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น และเปิดโอกาสในการสร้างรายได้และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ภายในงาน ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวรจาก 17 จังหวัดในภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ของดี 17 จังหวัด” ซึ่งนอกจากจะสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมแล้ว ยังตอกย้ำถึงความศรัทธาและรากเหง้าของสังคมไทย โดยนำผลิตภัณฑ์และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวรจากทั่วประเทศมาจัดแสดง เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ไม่เพียงเป็นเครื่องมือสร้างรายได้แก่ชุมชน แต่ยังสะท้อนความศรัทธาและรากเหง้าวัฒนธรรมไทย ได้แก่ 1. จังหวัดกาญจนบุรี นำเสนอของดี 3 รายการ ได้แก่ ขนมตาลบ้านหนองขาว ขนมไทยดั้งเดิมที่หอมหวานจากเนื้อลูกตาลสุก, ผ้าขาวม้าร้อยสี ที่ถักทอด้วยกี่กระตุกแบบโบราณ สีสันสดใสจนเป็นเอกลักษณ์ และ ชุดพื้นถิ่นชาวมอญ สะท้อนอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ทั้งในลวดลาย สีแดง–ขาว และเครื่องประดับลายหงส์ 2. จังหวัดชัยนาท คัดสรรของดีเด่น 3 อย่าง ได้แก่ ผ้าทอเนินขาม ที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ สืบทอดจากชาวลาวเวียง, น้ำผึ้งธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์เด่นจากการเลี้ยงผึ้งเชิงอนุรักษ์ และ ม้าฮ่อส้มโอ อาหารถิ่นที่นำผลไม้พื้นเมืองมาสร้างสรรค์อย่างน่าประทับใจ 3. นครปฐม จัดเต็มทั้ง กระเป๋าป่านศรนารายณ์ ที่บูรณาการร่วมกับเรือนจำกลางนครปฐม ต่อยอดภูมิปัญญาสู่งานแฟชั่น, หมูย่างผู้ใหญ่มุ่ย เจ้าดังที่ครองความอร่อยกว่า 50 ปี และ ส้มโอสามพราน ผลไม้ GI ที่นำมาสาธิตเมนูยำส้มโอและเมี่ยงส้มโอ 4. จังหวัดนนทบุรี นำเครื่องประดับหินมงคล ผ่านพิธีพุทธาภิเษก สื่อพลังศรัทธา, ข้าวแช่ป้าเฉลียว ต้นตำรับอาหารมอญประจำสงกรานต์, โขนศิลป์สยาม งานศิลป์แผ่นดินที่ถ่ายทอดวรรณคดีรามเกียรติ์ และ เสื้อผ้าฝ้ายหมักดินเกร็ด ที่ผสมผสานภูมิปัญญากับนวัตกรรมรักษ์โลก 5. จังหวัดปทุมธานี เมืองบัวหลวงแห่งนี้นำเสนอ ผ้าทอใยบัวหลวง ที่ทอด้วยก้านบัวอย่างประณีต, กาละแมรวงข้าว ขนมโบราณสูตรชาวมอญ และ เมี่ยงคำกลีบบัว ที่ใช้กลีบบัวหลวงห่อเครื่องสด เพิ่มเสน่ห์และอัตลักษณ์ของจังหวัด 6. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์สร้างมูลค่าเพิ่มจากการเกษตรด้วย สบู่นมแพะ และ ใส้อั่วแพะ, ผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มสับปะรดหมัก “โอมจงรวย” ที่อุดมด้วยโปรไบโอติก และ ชีสเช็คไส้สับปะรด ขนมดังตำบลศาลาลัยที่พลิกวิกฤติผลผลิตล้นตลาดให้เป็นสินค้าขายดี 7. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำขนมกงและข้าวต้มมัดสามสี ที่ใช้สีธรรมชาติตกแต่งอย่างงดงาม, โรตีสายไหม ของหวานขึ้นชื่อ และ เครื่องจักสานหวายเทียม สืบสานงานฝีมือชาวเสนา พร้อมทั้ง ขนมไทย “คำอ้อน” ที่ได้รับคัดเลือกเป็น 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น 8. จังหวัดเพชรบุรี เมืองเพชรบุรีในฐานะ UNESCO Creative City ด้านอาหาร นำเสนอ น้ำสามรส เครื่องดื่มที่สะท้อนเอกลักษณ์รสเปรี้ยว–เค็ม–หวาน และ เครื่องประดับปูนปั้น ที่ประยุกต์งานศิลป์วัดสู่งานเครื่องประดับร่วมสมัย 9. จังหวัดสุโขทัย ของดีคือ ผ้าตีนจกโบราณ ลวดลายงดงาม สะท้อนประวัติศาสตร์ชุมชน และ ข้าวหอมสุโขทัย ที่ปลูกด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์ สืบสานมรดกผืนดินเมืองเก่า 10. จังหวัดราชบุรี นำโอ่งมังกรราชบุรี เครื่องปั้นดินเผาขึ้นชื่อ และ ผ้าทอตีนจกบ้านไร่ ที่มีลวดลายสีสันโดดเด่น สืบทอดภูมิปัญญาชาวบ้าน 11. จังหวัดอ่างทอง ขึ้นชื่อเรื่อง หุ่นขี้ผึ้งไทย และ งานจักสานไม้ไผ่ ผลงานประณีตที่ผสมผสานศิลป์กับการใช้ประโยชน์ในครัวเรือน 12. จังหวัดสิงห์บุรี นำเสนอ แกงคั่วหอยขม และ ปลาช่อนแม่ลา อาหารถิ่นที่บอกเล่าวิถีชีวิตชาวลุ่มน้ำเจ้าพระยา 13. จังหวัดสุพรรณบุรี มีชื่อเสียงด้วย ข้าวหอมสุพรรณ และ แคนสุพรรณ เครื่องดนตรีพื้นบ้านที่สืบสานภูมิปัญญาดนตรีไทย 14. จังหวัดสมุทรสงคราม เมืองแม่กลองนำเสนอ น้ำตาลมะพร้าวแท้ หอมหวานจากภูมิปัญญาชาวสวน และ หอยหลอดผัดฉ่า อาหารทะเลพื้นถิ่นขึ้นชื่อ 15. จังหวัดสมุทรสาคร มีของดีคือ อาหารทะเลแปรรูป เช่น กุ้งแห้ง ปลาหมึกตากแห้ง และ ผ้าทอเกาะยอ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 16. จังหวัดนครนายก นำเสนอ มะปรางหวาน ผลไม้ GI และ ผ้าทอพื้นเมืองลายดอกปีบ ที่สวยงามอ่อนช้อย 17. จังหวัดลพบุรี นำน้ำตาลโตนดเมืองลพบุรี และ ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมลายโบราณ ที่สะท้อนรากเหง้าวัฒนธรรมเมืองเก่า
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า การรวบรวม “ของดี 17 จังหวัด” ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการจัดแสดงสินค้า แต่ยังเป็นเวทีเชื่อมโยงเครือข่าย ถ่ายทอดองค์ความรู้ และต่อยอดเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยก้าวไกลในเชิงเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยังรักษาความศรัทธาและคุณค่าทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ ซึ่งจะเป็นพลังขับเคลื่อนให้ชุมชนคุณธรรมพลังบวรทั่วประเทศ สามารถยืนหยัดด้วยเอกลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างรายได้ สร้างคุณค่า และส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายนำมิติทุนทางศาสนาและทรัพยากรทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ ตลอดจนเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เรียนรู้หลักธรรมและคำสอนทางศาสนาเพื่อนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายชุมชนคุณธรรมพลังบวรในการจัดทำผลงานและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน