กรมการแพทย์แผนไทยฯ เตือนประชาชนเลือกบริโภคเห็ดอย่างปลอดภัย พร้อมเผยสรรพคุณทางยาและข้อมูลตำรับยาแผนไทยที่มีการใช้เห็ด

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะประชาชนบริโภคเห็ดอย่างระมัดระวัง เน้นย้ำถึงประโยชน์ทางยาของเห็ดหลายชนิด พร้อมเตือนถึงอันตรายจากเห็ดพิษที่อาจแฝงมากับลักษณะคล้ายเห็ดรับประทานได้ทั่วไป ชี้ควรหลีกเลี่ยงการเก็บเห็ดที่ไม่แน่ใจ และแนะนำแนวทางปฐมพยาบาลเบื้องต้นตามภูมิปัญญาท้องถิ่น หากเผลอกินเห็ดพิษเข้าไป

ดร.นันทศักดิ์ โชติชนะเดชาวงศ์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย เปิดเผยว่า จากมุมมองทางการแพทย์แผนไทย เห็ดถือเป็นพืชสมุนไพร ที่มีฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณช่วยแก้ไข้ แก้ช้ำใน บำรุงร่างกาย และกระตุ้นการเจริญอาหาร โดยเห็ดหลายชนิด ยังถูกนำมาใช้ในตำรับยาแผนไทยมาอย่างยาวนาน อาทิ เห็ดหลินจือ เห็ดหอม เห็ดหูหนูขาว รวมถึง เห็ดป่าท้องถิ่น เช่น เห็ดเผาะ เห็ดตับเต่า เห็ดระโงก และเห็ดโคน

นอกจากนี้ ในตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ (พ.ศ. 2564) ยังบรรจุ “เห็ด” 2 ชนิดไว้ในสูตรยารักษาโรค ได้แก่ เห็ดมูลโค (Copelandia cyanescens) เห็ดร่างแห (Phallus indusiatus) เห็ดทั้ง 2 ชนิดนี้ ถูกใช้ร่วมกันในตำรับ“ยาแก้เรื้อนกวาง” โดยปรุงเป็น ยาน้ำมัน จากน้ำมันงาผสมเห็ดทั้ง 2 ชนิด ใช้ทาภายนอก แก้อาการเรื้อนกวางหรือสะเก็ดเงิน ถือเป็นหลักฐานที่สะท้อนถึงการใช้ประโยชน์จากเห็ด ในระบบการแพทย์แผนไทยอย่างเป็นทางการ
ดร.นันทศักดิ์ ย้ำเตือนว่า แม้เห็ดหลายชนิดจะมีประโยชน์ แต่ต้องระวังเห็ดพิษที่มีลักษณะคล้ายกับเห็ดกินได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต อาการพิษจากเห็ดได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เวียนศีรษะ และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต วิธีสังเกตเห็ดพิษเบื้องต้น มีดังนี้ สีสันฉูดฉาด หมวกเห็ดเป็นมันเงา มียางสีขาวขุ่นไหลออกเมื่อหักก้าน มีกลิ่นฉุนผิดปกติ มักขึ้นในที่อับชื้นหรือกองมูลสัตว์ หากไม่แน่ใจ หรือ ไม่เคยรับประทานมาก่อน ไม่ควรเก็บเห็ดมารับประทานเด็ดขาด

สำหรับ แนวทางปฐมพยาบาลเบื้องต้นกรณีกินเห็ดพิษ หากมีการรับประทานเห็ดพิษเข้าไป ให้ดื่มน้ำผสมเกลือแล้วล้วงคอเพื่อทำให้อาเจียน จากนั้นให้รับประทานผงถ่าน (activated charcoal) ผสมน้ำในลักษณะข้นเหลว เพื่อดูดซับสารพิษในทางเดินอาหาร

นอกจากนี้ ยังมีภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการใช้สมุนไพรในการถอนพิษจากเห็ด ได้แก่ ใบย่านาง ให้นำรากล้างให้สะอาด โขลกผสมน้ำ กรองแล้วดื่ม จะช่วยให้อาเจียน รางจืด นำใบต้มกับน้ำแล้วดื่ม เพื่อลดการดูดซึมสารพิษ ในกรณีที่ยังเหลือตัวอย่างเห็ด ควรนำติดตัวไปโรงพยาบาลเพื่อช่วยในการวินิจฉัย ทั้งนี้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังมีการนำน้ำคั้นใบย่านางใส่ลงในแกงเห็ด เพื่อช่วยลดความเป็นพิษ และย้ำว่าไม่ควรรับประทานเห็ดดิบ เพราะสารพิษบางชนิดไม่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อน

หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรหรือการแพทย์แผนไทย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โทร. 0 2149 5678 เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/dtam.moph LINE Official: @DTAM