
นายกฤษ อุตตมะเวทิน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมีแนวทางยกระดับศูนย์ปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการเกษตร 50 ศูนย์ ให้เป็นกลไกสนับสนุนการประกอบธุรกิจของเกษตรกร โดยพัฒนาไปสู่แนวคิด “ศูนย์บริการและธุรกิจเกษตรกรครบวงจร” (Agri Complex) ซึ่งไม่ใช่เพียงการปรับปรุงสถานที่หรือเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก แต่เป็นการปรับบทบาทและรูปแบบการให้บริการให้ตอบโจทย์การทำธุรกิจเกษตร ตั้งแต่การเข้าถึงปัจจัยการผลิต เทคโนโลยี เครื่องมือและเครื่องจักร องค์ความรู้ การพัฒนาผลผลิต การแปรรูป ตลอดจนการเชื่อมโยงตลาด

“เราต้องการให้ศูนย์ปฏิบัติการของกรมฯ เป็นพื้นที่ที่เกษตรกรเข้ามาใช้บริการได้จริง และสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบบริการด้วย โดยเฉพาะ Young Smart Farmer และเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจและนำเทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงแนวคิดใหม่ ๆ มาใช้ในการผลิต หากรายใดมีรูปแบบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ก็สามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี หรือรูปแบบการบริหารจัดการที่ใช้ได้จริงกลับมาแบ่งปันและต่อยอดร่วมกับศูนย์ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากเกษตรกรสู่เกษตรกร” นายกฤษ กล่าว
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ จะพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการให้มีลักษณะเป็นพื้นที่ทดลองและพัฒนาธุรกิจเกษตร (Agri Business Sandbox) เปิดโอกาสให้เกษตรกรรุ่นใหม่เข้ามาทดลองใช้บริการ เครื่องมือ เครื่องจักร โครงสร้างพื้นฐาน และองค์ความรู้ของศูนย์ รวมทั้งนำปัญหาและความต้องการจากการทำธุรกิจจริงมาร่วมออกแบบและปรับปรุงบริการ เพื่อให้ศูนย์สามารถตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกรได้อย่างตรงจุดและทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมให้ เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จและเกษตรกรต้นแบบ เข้ามาเป็นเครือข่ายร่วมพัฒนาศูนย์ ถ่ายทอดประสบการณ์ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การบริหารต้นทุน การใช้เทคโนโลยี การสร้างมาตรฐาน การแปรรูป การสร้างแบรนด์ การตลาด และการบริหารธุรกิจ เพื่อให้เกิดระบบการเรียนรู้ที่นำประสบการณ์จริงมาใช้พัฒนาเกษตรกรรายอื่น
ทั้งนี้ การปรับบทบาทศูนย์ปฏิบัติการ โดยการพัฒนาศูนย์จักรกลการเกษตรให้เป็น ศูนย์บริการและซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลการเกษตร ที่เกษตรกร ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย สามารถเข้าถึงบริการด้านเครื่องจักร การบำรุงรักษา การซ่อมแซม และองค์ความรู้ด้านการใช้เครื่องจักรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ขณะเดียวกันยังสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่สาธิตการนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรสมัยใหม่มาใช้ในการเกษตร

“ศูนย์ปฏิบัติการต้องไม่เป็นเพียงสถานที่ของกรมฯ แต่ต้องเป็น พื้นที่ของเกษตรกร เป็นที่ที่เกษตรกรเข้ามาใช้บริการ ทดลอง เรียนรู้ และต่อยอดธุรกิจได้จริง โดยเฉพาะ Young Smart Farmer เราต้องการให้เข้ามาเป็นทั้งผู้ใช้บริการ ผู้ร่วมพัฒนา และผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง เพราะเกษตรกรรุ่นใหม่มีทั้งความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาใช้ หากเราเปิดพื้นที่ให้เขาได้ทดลองและต่อยอด ก็จะเกิดต้นแบบธุรกิจเกษตรที่สามารถขยายผลไปสู่เกษตรกรรายอื่นได้” นายกฤษ กล่าว
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อนงานของกรมส่งเสริมการเกษตรภายใต้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยให้เกษตรกรเป็นศูนย์กลาง และใช้ศูนย์ปฏิบัติการเป็นกลไกเชื่อมโยง คน–องค์ความรู้–เทคโนโลยี–ปัจจัยการผลิต–การแปรรูป–ตลาด เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เอื้อต่อการเติบโตของเกษตรกร
“เป้าหมายคือทำให้ Young Smart Farmer ไม่ได้เป็นเพียงผู้เข้าร่วมโครงการ แต่เป็นผู้ใช้บริการ ผู้ร่วมพัฒนา และผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ให้ศูนย์ปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการเกษตรแต่ละแห่งเติบโตไปพร้อมกับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อเกษตรกรเข้มแข็ง ศูนย์ก็ต้องพัฒนาไปข้างหน้าด้วยกัน” นายกฤษ กล่าว




