วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 19.34 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รอบปฐมทัศน์ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “สีดา” ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยมี พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รองประธานกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประธานกรรมการอำนวยการโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และคณะกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ พร้อมด้วย นางนฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยข้อพระกรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และนางสาวพิมพ์มาดา ภาคยุทธ ผู้แทนนักแสดง ทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยข้อพระกรแด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

ในการนี้ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเข้าภายในหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ประทับพระราชอาสน์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เด็กชายภูริศ ตันตระกูล (ผู้แสดงพระมงกุฎ) เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรและของที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เด็กชายพีรวัส สุคต (ผู้แสดงพระลบ) เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรและของที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงรำถวายพระพร ทอดพระเนตรวีดิทัศน์เบื้องหลังการจัดการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “สีดา” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ที่ทรงให้ความสำคัญสนองพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” เพื่อรักษาศิลปะชั้นสูงของชาติให้คงอยู่อย่างงดงามจากรุ่นสู่รุ่น นับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงส่งเสริม และสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เป็นการธำรงนาฏศิลป์ อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่อีกนานเท่านาน

ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “สีดา” ซึ่งดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่กำเนิดนางสีดา การอภิเษกกับพระราม การติดตามพระรามออกเดินป่า จนถูกทศกัณฐ์ลักพาไปกรุงลงกา และการลุยไฟเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และความจงรักภักดี

สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2569 ตอน “สีดา” มีการออกแบบฉากและองค์ประกอบการแสดงอย่างวิจิตรตระการตา ได้แก่ “ฉากพระราชพิธีอภิเษกพระราม-นางสีดา” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากจิตรกรรมฝาผนังภายในวัดพระแก้ว ถ่ายทอดความงดงามของศิลปะไทยผ่านรายละเอียดของงานออกแบบที่ประณีตและยิ่งใหญ่ “ฉากสีดาลุยไฟ” ซึ่งสะท้อนความบริสุทธิ์และความจงรักภักดีของนางสีดา ฉากสรวงสวรรค์และเขาพระสุเมรุ ฉากหนุมานชูกล่องดวงใจ และฉากทศกัณฐ์ลักนางสีดา ที่ล้วนได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราว ตามบทพระราชนิพนธ์ เรื่องรามเกียรติ์ ให้มีความสมบูรณ์และงดงามบนเวที
การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา ประกอบด้วยการแสดง 8 ฉาก ได้แก่ ฉากที่ 1 จุติกำเนิดเกิดสีดา ฉากที่ 2 ราชาภิเษกสมรส ฉากที่ 3 ราเมศร์ทศกัณฐ์กรีธาพล ฉากที่ 4 มิ่งนฤมลลุยไฟ ฉากที่ 5 รังใหญ่อาศรมสถาน ฉากที่ 6 อุปการอาชา ฉากที่ 7 หนุมานพลาดท่าเสียที ฉากที่ 8 พระจักรีพบโอรส
การดำเนินเรื่องเริ่มจากเมื่อพระนารายณ์อวตารเป็นพระราม พระอิศวรขอให้พระลักษมีไปเกิดเป็นธิดาของทศกัณฐ์ในกรุงลงกาเพื่อให้เป็นต้นเหตุแห่งการทำลายล้างหมู่มาร เมื่อถือกำเนิดกุมารีส่งเสียงร้องได้ยินกันทั่วว่า “ผลาญราพณ์” ถึงสามครั้งซึ่งถือเป็นกาลกิณี จึงถูกใส่ผอบนำไปทิ้งน้ำ ฤษีชนกช่วยไว้และเลี้ยงเป็นธิดา ต่อมาฤษีชนกลาพรตกลับไปครองมิถิลา และนำพระธิดาซึ่งประทานชื่อว่าสีดาไปด้วย ท้าวชนกจัดการอภิเษกให้นางสีดา พระรามโอรสท้าวทศรถแห่งกรุงอโยธยายกมหาธนูโมลีได้ จึงได้อภิเษกกับนางสีดา ต่อมาพระรามรับสัตย์ท้าวทศรถออกเดินป่า 14 ปี นางสีดาขอตามไปด้วยความภักดี โดยมีพระลักษมณ์อนุชาพระรามติดตามไปด้วย ทศกัณฐ์ต้องการได้นางสีดาเป็นมเหสีจึงลักพานางไปกรุงลงกา พระรามออกติดตาม ได้พลวานรเมืองขีดขินและชมพูเป็นกำลังสำคัญ รวมทั้งพิเภกอนุชาของทศกัณฐ์ซึ่งมาสวามิภักดิ์ เมื่อเสร็จศึกพระรามรับนางสีดาคืนกรุงอโยธยา นางสีดาขอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยการลุยไฟให้ปรากฏเห็นกันทั่วไปว่านางเป็นผู้ซื่อสัตย์ภักดี ต่อมานางสีดาถูกเนรเทศเพราะพระรามเข้าใจผิด นางต้องไปอยู่ป่ากับฤษีวัชมฤค โอรสคือพระมงกุฎ พระลบ ประลองศรที่ฤษีชุบให้ โดยแผลงไปถูกต้นรังใหญ่หักสะบั้น เสียงดังกึกก้องไปถึงกรุงอโยธยา พระรามจึงปล่อยม้าอุปการเพื่อหาผู้คิดแข่งอำนาจ พระรามกับพระมงกุฎรบกัน โดยที่ไม่อาจทำอันตรายกันได้จึงรู้ความจริง พระอิศวรขอให้นางสีดาคืนดีกับพระรามและประทานพรให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ทั้งนี้ ภายหลังจบการแสดง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญช่อดอกไม้พระราชทานมอบให้แก่ผู้แทนคณะทำงานและผู้แทนนักแสดง จำนวน 5 ราย ได้แก่ รองศาสตราจารย์ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์(ศิลปินแห่งชาติ) ผู้กำกับการแสดง นายสมศักดิ์ ทัดติ(ศิลปินแห่งชาติ) ผู้แทนผู้เชี่ยวชาญและครูผู้ฝึกซ้อมการแสดง(โขนยักษ์) นายสุดสาคร ชายเสม(ศิลปินแห่งชาติ) ผู้กำกับศิลป์ ฉาก และอุปกรณ์การแสดง นายเกษม ทองอร่าม ผู้ประพันธ์บท และนางสาวนฤภร จันทร์คง (ผู้แสดง สีดา) ผู้แทนนักแสดง ก่อนเสด็จพระราชดำเนินออกจากหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ


















