ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม อย. ทลายโกดังเครื่องสำอางแบรนด์จีน ยึด 13 ยี่ห้อ ของกลางกว่า 4 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.กฤษฎาพร ปานโปร่ง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, นายแพทย์ศุภฤทธิ์ เฮงคราวิทย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, เภสัชกร มรกต จรูญวรรธนะ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านความปลอดภัยและประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์และการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข ร่วมกันปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและจำหน่ายเครื่องสำอาง ไม่มีเลขที่จดแจ้ง แสดงฉลากไม่ถูกต้อง และเครื่องมือแพทย์ไม่ได้รับใบรับแจ้งรายการละเอียด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลาง จำนวน 449,210 ชิ้น มูลค่ากว่า 7,084,200 บาท

เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.หญิง อนุสรา บัวแดง สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และเจ้าหน้าที่ อย. ได้มีมาตรการในการเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน และอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์มีการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดจนผิดปกติ และโฆษณาอวดอ้างเป็นเท็จเกินจริง เมื่อทำการตรวจสอบพบว่าผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายไม่มีเลขจดแจ้ง แสดงฉลากไม่ถูกต้อง

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจนทราบสถานที่จัดเก็บและกระจายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางดังกล่าว ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่ผลิตที่ชัดเจน อาจมีการเจือปนสารเคมีที่เป็นสารห้ามใช้หรือปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค ซึ่งไม่ปลอดภัยในการใช้ หากนำไปใช้อาจส่งผลให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง ผื่นแดง บวม คัน เกิดตุ่มน้ำใส หรือทำให้เกิดแผลทางผิวหนัง จากการแพ้อย่างรุนแรงได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้นำหมายศาลแขวงบางบอนเข้าตรวจค้นสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้าภายในโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดและอายัดของกลาง จำนวน 449,210 ชิ้น ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี รายละเอียด ดังนี้
1. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ที่ไม่มีเลขจดแจ้ง ไม่แสดงฉลากภาษาไทย และแสดงฉลากไม่ครบถ้วน รวม 12 ยี่ห้อ จำนวน 429,210 ชิ้น ได้แก่
– ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แผ่นมาส์ก ยี่ห้อ SADOER
– ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมยี่ห้อ PINKYPINKY
– ผลิตภัณฑ์บำรุงใต้ตายี่ห้อ EELHOE
– ผลิตภัณฑ์บำรุงใต้ตายี่ห้อ HANBOLI
– ผลิตภัณฑ์บำรุงใต้ตายี่ห้อ Hoygi
– ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดยี่ห้อ HIH
– ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดยี่ห้อ TWG
– ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายยี่ห้อ LUOFMISS
– ผลิตภัณฑ์มาส์กโคลน ยี่ห้อ COSROS
– ผลิตภัณฑ์โฟมล้างหน้า ยี่ห้อ West Month
– สครับอโวคาโด ยี่ห้อ RongYao
– ผลิตภัณฑ์แชมพูสระผม ยี่ห้อ Hoegoa

2. ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ ไม่มีทะเบียน ได้แก่ แผ่นแปะสิว ยี่ห้อ JAYSUING จำนวน 20,000 ชิ้น รวมตรวจยึดของกลางทั้งสิ้นรวม 13 ยี่ห้อ รวมจำนวน 449,210 ชิ้น มูลค่ากว่า 7,084,200 บาท

จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางดังกล่าว พบว่าไม่มีเลขที่จดแจ้ง ไม่แสดงฉลากภาษาไทยและแสดงฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์บางชนิดมีการโฆษณาเกินจริง เช่น อ้างว่าช่วยลดริ้วรอยและรอยดำถุงใต้ตาได้อย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาไม่กี่วันหลังใช้ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อและสั่งซื้อเนื่องจากมีราคาถูกและคาดหวังผลในการลดเลือนริ้วรอยในระยะเวลาอันสั้น

จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า โกดังเก็บสินค้าดังกล่าวเป็นสถานที่จัดเก็บและแพ็คบรรจุสินค้าจำหน่ายผ่านช่องทางแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมีหน้าร้านตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ กว่า 36 ร้านค้า มีนายคเชน (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว ยอมรับว่าตนเป็นพนักงานมีหน้าที่เป็นแอดมิน คอยตอบข้อความลูกค้าตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ และแพ็คบรรจุสินค้าส่งตามคำสั่งซื้อ โดยสินค้าดังกล่าวมีเจ้าของเป็น น.ส.หง (สงวนนามสกุล) สัญชาติจีน จะคอยสั่งซื้อสินค้าและลักลอบนำเข้ามาจากประเทศจีน แล้วนำมาเก็บไว้ที่โกดังดังกล่าว เพื่อรอแพ็คบรรจุจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าชาวไทยตามคำสั่งซื้อ โดยสินค้าที่เป็นแผ่นมาส์กหน้ายี่ห้อ SADOER จำหน่ายอยู่ในราคาแผ่นละประมาณ 1-3 บาท มียอดขายสินค้าวันละประมาณ 600 – 700 ชิ้น ทำมาแล้วประมาณ 4 ปี

ในส่วนตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึด พนักงานสอบสวนจะส่งผลิตภัณฑ์ตรวจพิสูจน์กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หากพบสารห้ามใช้หรือเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค จะเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ จะมีความผิดเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้” ผู้ขายระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ดังนี้
1. พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558
– ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
– ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่แสดงฉลากภาษาไทย ไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
– ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้ง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
2. พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ 2551
– ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์ไม่ได้รับใบรับแจ้งรายการละเอียด” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ อย. ได้สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ. ตรวจสอบโกดังลักลอบนำเข้าเครื่องสำอางมาจากต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้เกิดปฏิบัติการตรวจยึดเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายได้จำนวนมาก จึงขอเตือนผู้ประกอบการโกดัง และร้านค้าทุกแห่ง ให้ตรวจสอบสินค้าก่อนรับเข้าจัดเก็บหรือจำหน่าย ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบการขายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย นอกจากจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาแล้ว อาจต้องรับผิดทางแพ่งในการชดเชยค่าเสียหายให้กับผู้บริโภคที่ได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอีกด้วย ทั้งนี้ อย.และ ปคบ.จะดำเนินการกวาดล้างเครื่องสำอางลักษณะแบบนี้อย่างต่อเนื่อง และขอเตือนร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะ อย. ได้มีความร่วมมือกับทุกแพลตฟอร์ม หากพบร้านค้าทำผิดกฎหมาย นอกจากจะถูกปิดร้านค้าหรือนำสินค้าออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์ทันทีแล้ว จะส่งข้อมูลผู้ขาย มาให้ อย.ดำเนินคดีตามกฎหมายร่วมด้วย

ขอเตือนประชาชนไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินความจริง และควรตรวจสอบการได้รับอนุญาตของผลิตภัณฑ์ ก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตผลิตภัณฑ์ได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ อย. เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการควบคุมในกระบวนการผลิต จากสถานที่ผลิตที่ได้รับอนุญาต และผ่านเกณฑ์มาตรฐานของสถานที่ผลิต ไม่สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือหากสั่งซื้อแล้วได้รับสินค้าที่ไม่มีเลข อย. ขอให้ส่งคืนร้านค้าและแจ้งเบาะแสผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย ได้ที่สายด่วน อย.1556 หรือผ่าน Email: 1556@fda.moph.go.th หรือ Line: @FDAThai, หรือ Facebook: FDAThai หรือ ตู้ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ประชาชนทั่วไปควรใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพออนไลน์ อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะสินค้านั้นมียอดขาย จำนวนมากบนแพลตฟอร์ม หรือมีราคาถูก ก่อนซื้อขอให้ตรวจสอบการได้รับอนุญาตกับเว็บไซต์ อย. ก่อน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางซึ่งนำมาใช้กับผิวหนังโดยตรง หากผลิตและจัดเก็บโดยไม่ได้มาตรฐาน อาจมีสารปนเปื้อนหรือไม่มีคุณภาพ ไม่ปลอดภัย เมื่อนำไปใช้อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคืองต่อผิวหนังได้ และขอเตือนผู้ที่ลักลอบขายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย หากตรวจพบจะดำเนินคดีถึงที่สุด เพราะท่านกำลังทำให้ประชาชน ได้รับความเสี่ยงอันตรายจากการใช้เครื่องสำอางที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จนอาจต้องเยียวยารักษาโรค ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค