กรมการค้าต่างประเทศ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าผนึกกำลังยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ไทย เปิดตัว“โครงการจัดคณะผู้แทนแสวงหาโอกาสทางการค้าการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย” ภายใต้แนวคิด “Business Beyond Borders : Connecting Markets, Creating Opportunities” เสริมศักยภาพ เชื่อมโยงตลาด สร้างโอกาส SMEs ไทย เจาะตลาดจีนและอินโดนีเซีย

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการค้าชายแดนและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทย ให้สามารถปรับตัวและเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากสถานการณ์ความขัดแย้งและภูมิรัฐศาสตร์โลก มาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า ปัญหาความไม่สงบบริเวณชายแดน ตลอดจนภัยพิบัติธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจและขีดความสามารถในการส่งออกของผู้ประกอบการไทย กรมฯ จึงได้ร่วมกับ สสว. ดำเนินโครงการ “จัดคณะผู้แทนแสวงหาโอกาสทางการค้าการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย” เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและโอกาสทางการค้าการลงทุนแก่ผู้ประกอบการ SMEs ไทย
โครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้ “แผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี 2569 เพิ่มเติม” โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ สสว. และเป็นการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยและสร้างสมดุลการส่งออก โดยโครงการฯ ประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ (1) การจัดอบรมเตรียมความพร้อมสู่ตลาดต่างประเทศแก่ผู้ประกอบการ SMEs จำนวน 60 ราย ระหว่างวันที่ 23 – 24 พฤศจิกายน 2569 และ (2) การนำคณะผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าร่วมอบรมและผ่านการคัดเลือกเดินทางไปเจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าใน 2 ตลาดที่มีศักยภาพสูง คือ นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 20 ราย ระหว่างวันที่ 21 – 24 ธันวาคม 2569 และกรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย จำนวน 20 ราย ระหว่างวันที่ 18 – 21 มกราคม 2570 ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนในระบบ SME ONE ID ของ สสว.
สำหรับตลาดจีนและอินโดนีเซีย ถือเป็นสองตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงและมีความตกลงการค้าเสรีร่วมกับไทย โดยจีนถือเป็นตลาดที่มีชนชั้นกลางขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขณะที่อินโดนีเซียก็เป็นตลาดฮาลาลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังเป็นสมาชิกกรอบความร่วมมืออาเซียนและ IMT-GT จึงเป็นโอกาสของ SMEs ไทยในการขยายตลาดการค้าการลงทุนในตลาดดังกล่าว
นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า SMEs ถือเป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลจาก สสว. ปี 2568 ระบุว่า ไทยมีผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3.28 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของจำนวนวิสาหกิจทั้งประเทศ โดยมีบทบาทต่อการจ้างงานถึงร้อยละ 69.2 ของการจ้างงานรวม แต่มีสัดส่วน GDP เพียงร้อยละ 34.9 และมีสัดส่วนการส่งออกเพียงร้อยละ 12.4 ของการส่งออกรวม สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริม SMEs ให้มีความเข้มแข็งและก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ฐานราก
กรมการค้าต่างประเทศคาดหวังว่า การดำเนินโครงการในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทย “รู้ตลาด เข้าใจกฎ เชื่อมคู่ค้า และกล้าเจรจาธุรกิจในเวทีโลก” พร้อมนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการฯ กลับไปพัฒนาสินค้า ต่อยอดธุรกิจ และถ่ายทอดประสบการณ์แก่ผู้ประกอบการรายอื่นในประเทศ เพื่อขยายผลจากโครงการให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง ยิ่งไปกว่านั้น เครือข่ายคู่ค้าและช่องทางตลาดที่เกิดขึ้นในจีนและอินโดนีเซียจะเป็นรากฐานสำคัญในการสานต่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจและขยายการส่งออกได้อย่างต่อเนื่องอันจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตจากตลาดระดับภูมิภาค ก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
กรมการค้าต่างประเทศ จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจร่วมเปิดโอกาสทางธุรกิจและเตรียมความพร้อมก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ โดยสามารถติดตามรายละเอียดการรับสมัครและกิจกรรมภายใต้โครงการฯ ได้ทางเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th, Facebook: กรมการค้าต่างประเทศ DFT และสายด่วน 1385 DFT Call Center

