
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วย นายพรรณรบ เตชะมงคลาภิวัฒน์ นายเกิดศักดิ์ ยะโสธร นางสาวสุภัทรา ชัยเทวารัณย์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนและพัฒนาตาม ผังเมือง สำนักสถาปัตยกรรม สำนักวิศวกรรมโครงสร้างและงานระบบ กองแผนงาน กองผังเมืองเฉพาะ กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมการประชุมรับมอบนโยบายจาก นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ณ ห้องประชุมดำรงธรรม ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ได้มอบแนวทางและข้อสั่งการสำคัญ 5 ประเด็นหลัก เพื่อให้กรมโยธาธิการและผังเมืองนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ได้แก่ 1. การสำรวจและซ่อมแซมเชิงรุก ให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเร่งสำรวจเขื่อนป้องกันตลิ่งที่มีปัญหา เช่น รั่ว หรือชำรุด พร้อมทั้งตรวจเช็กโครงการหลังน้ำลด เมื่อระดับน้ำลดลง ให้รีบลงพื้นที่สำรวจจุดบกพร่องต่าง ๆ ทันทีเพื่อเตรียมการซ่อมแซม 2. การเร่งรัดการก่อสร้างและการประสานผู้รับเหมา แก้จุดคอขวดก่อน แม้โครงการก่อสร้างในภาพรวมจะมีระยะเวลา 3 ปี แต่จุดไหนที่เป็น “คอขวด” และสามารถเร่งรัดให้เสร็จภายในปีนี้ได้ เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ให้ชุมชน ให้เร่งขอความร่วมมือจากผู้รับเหมาเข้าทำตรงจุดเป็นลำดับแรก 3. การวางแผนและออกแบบระบบป้องกันน้ำท่วมออกแบบเผื่อสถานการณ์วิกฤต (Safety Margin) ในขั้นตอนสำรวจและออกแบบ ให้ประเมินจากเกณฑ์ระดับน้ำรอบล่าสุดเป็นหลัก และเผื่อสเปกการรองรับให้ครอบคลุม เตรียมแผน A / แผน B ต้องมีแผนรองรับหากน้ำมาเกินปริมาณที่คาดการณ์ไว้ เช่น การเตรียมพื้นที่ ลาน/แท่น สำหรับติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม รวมถึงเส้นทางขนย้ายเครื่องจักร ปกป้องสถานที่สำคัญให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการศึกษาและออกแบบระบบป้องกันตลิ่ง/สูบน้ำ บริเวณโรงพยาบาลและโรงเรียน 4. งบประมาณและการจัดทำคำขอ จัดทำลิสต์คำขอป้องกันน้ำท่วม เร่งทำสถิติ/รายการคำขอบนกรอบวงเงินป้องกันภัยพิบัติ เนื่องจากภาพรวมตัดงบเยียวยาไปเน้นระบบประกันภัย จึงมีวงเงินงบประมาณส่วนนี้เพิ่มขึ้น หากมีข้อสงสัยในขั้นตอนการทำงาน สามารถสอบถาม ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หรืออธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ และ5. การบูรณาการการทำงาน ขอบคุณความร่วมมือจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ช่วยเหลือและร่วมฟื้นฟูพื้นที่ เช่น กรุงเทพมหานคร และสุพรรณบุรี จนได้รับคำขอบคุณจากประชาชน

ด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ตอบรับนโยบายและนำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนงานของกรมฯ เพื่อขานรับข้อสั่งการของ มท.3 โดยเน้นย้ำการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาผสมผสานให้ล้ำหน้าและทัดเทียมกับต่างประเทศมากยิ่งขึ้น การเพิ่มความรวดเร็วและกระชับของกระบวนการ ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันปรับปรุงวิธีการทำงาน การตรวจรับงาน และการของบประมาณให้มีความรวดเร็วและกระชับขึ้น เพื่อไม่ให้งบประมาณค้างอยู่ในคลังและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดีขึ้น รวมทั้งการมีส่วนร่วมและคอยให้คำปรึกษา ต้องเปิดรับและสนับสนุนให้ผู้เชี่ยวชาญ สถาปนิก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะและช่วยกันออกแบบผังเมืองร่วมกันในระยะเริ่มต้นและระหว่างดำเนินโครงการ พร้อมทั้ง การคำนึงถึงภัยพิบัติ ต้องคำนึงถึงการป้องกันภัยพิบัติ การวางแผนรับมือความปลอดภัยของประชาชน และการบริหารจัดการสาธารณูปโภคอย่างรอบคอบ

ขณะเดียวกัน นางสาวสุภัทรา ชัยเทวารัณย์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้นำเสนอภารกิจหลักของกรม ฯ ที่ครอบคลุมภารกิจด้านผังเมือง และภารกิจด้านการพัฒนาเมือง ตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ซึ่งกรม ฯ มีภารกิจในการวางผังนโยบาย ผังเมืองรวม ผังเมืองเฉพาะ และการพัฒนาฟื้นฟูเมือง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน การบูรณาการแผนงานการออกแบบและพัฒนาเมืองต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงคำนึงถึงความต้องการของท้องถิ่น นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการออกแบบ ต้องมุ่งเน้นการนำแนวคิดและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ เช่น Universal Design, เมืองคาร์บอนต่ำ (Lowcarbon City), โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และสีฟ้า (Blue-Green Infrastructure) รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดปัญหาเมืองร้อน (Urban Heat) เพื่อเป็นการเดินหน้ายกระดับผังเมืองยุคใหม่ รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการมีส่วนร่วมและการบริหารจัดการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ การบริหารจัดการที่ไม่สร้างภาระเกินศักยภาพของท้องถิ่น และการเร่งรัดกระบวนการทำงานให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองพร้อมนำข้อสั่งการของ มท.3 และแนวทางการบริหารงานเชิงรุกไปเร่งรัดขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยผสานการใช้นวัตกรรมผังเมืองยุคใหม่เข้ากับการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างครอบคลุม เพื่อสร้างความมั่นคง ปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป





