‘อธิบดีกรมข้าว‘ ยัน รถไถคันละ 16 ล้านบาท ไม่จริง น่าจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ย้ำยังอยู่ในขั้นศึกษา – ทุกขั้นตอนมีคณะกรรมการ ถ้าราคาโดดถูกปัดตกตั้งแต่ที่กรมแล้

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว ชี้แจงกรณีประเด็นข่าวการจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวพลังงานไฟฟ้า (EV) ในราคาคันละ 16 ล้านบาท โดยระบุว่า ประเด็นดังกล่าวอาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารเกี่ยวกับวงเงินและรายละเอียดของโครงการ เนื่องจากขณะนี้กรมการข้าวยังอยู่ระหว่างการศึกษาและหารือรายละเอียด ยังไม่มีการสรุปโครงการหรือกำหนดวงเงินงบประมาณอย่างเป็นทางการ

นายอานนท์ กล่าวว่า กรมการข้าวมีนโยบายขับเคลื่อนการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำในพื้นที่เป้าหมาย 1 ล้านไร่ โดยมุ่งส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตข้าว ผ่านการลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานชีวมวล เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการทำนา และยกระดับรายได้ของเกษตรกรให้สูงขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งเน้นการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร

สำหรับการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้ในภาคการเกษตรนั้น เครื่องจักรกลการเกษตรที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานทดแทนถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการสนับสนุนการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องจักรกลในการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิต การส่งเสริมเครื่องจักรที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจึงมีส่วนช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาระบบการผลิตข้าวให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความต้องการของตลาดในอนาคต

ทั้งนี้ กรมการข้าวอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางสนับสนุนเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตรหลายประเภท อาทิ รถแทรกเตอร์พลังงานไฟฟ้า เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องอบลดความชื้นข้าวที่ใช้พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานทดแทน ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความต้องการของเกษตรกร โดยจะต้องศึกษาความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่อย่างรอบด้าน เนื่องจากเกษตรกรแต่ละภูมิภาคมีลักษณะการผลิตและความต้องการใช้เครื่องจักรที่แตกต่างกัน

อธิบดีกรมการข้าวกล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีตัวเลข 16 ล้านบาทต่อคันนั้น อาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างการหารือเกี่ยวกับวงเงินโครงการในภาพรวมกับจำนวนจุดนำร่องหรือจำนวนเครื่องจักรที่อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหารือถึงรูปแบบการดำเนินงาน จำนวนโครงการ พื้นที่นำร่อง และความเหมาะสมในการจัดสรรเครื่องจักรให้แก่ศูนย์ข้าวชุมชนในแต่ละพื้นที่ จึงยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับจำนวนเครื่องจักรหรือวงเงินงบประมาณที่แน่นอน
“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้ระบุว่ารถเกี่ยวข้าวหรือรถไถพลังงานไฟฟ้ามีราคาคันละ 16 ล้านบาท และในขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังไม่ได้ข้อสรุปตัวเลขงบประมาณของโครงการ กรมการข้าวยังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดและศึกษาความเหมาะสม โดยต้องพิจารณาจากความจำเป็นและความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ” นายอานนท์กล่าว

นายอานนท์ย้ำว่า การดำเนินโครงการจะต้องผ่านกระบวนการพิจารณากลั่นกรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับ ตั้งแต่ระดับกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปจนถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่พิจารณาแผนงานและงบประมาณตามขั้นตอนที่กำหนด โดยการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ รวมถึงหลักเกณฑ์ราคากลางหรือราคาตลาดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ หากราคาที่เสนอไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ย่อมไม่ผ่านกระบวนการพิจารณา

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนอุปกรณ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาและลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะเครื่องอบลดความชื้นข้าว ซึ่งเป็นความต้องการสำคัญของเกษตรกรในหลายพื้นที่ เนื่องจากการขาดแคลนสถานที่และอุปกรณ์อบลดความชื้นทำให้เกษตรกรบางส่วนจำเป็นต้องนำข้าวเปลือกไปตากบนถนน หรือจำหน่ายผลผลิตที่มีความชื้นสูง ส่งผลให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุและอาจถูกหักราคาเมื่อจำหน่ายให้โรงสี

การส่งเสริมเครื่องอบลดความชื้นที่ใช้พลังงานดีเซล ไฟฟ้า หรือพลังงานชีวมวล ตลอดจนการสนับสนุนระบบสูบน้ำและอุปกรณ์ด้านพลังงานสะอาดให้แก่ศูนย์ข้าวชุมชน จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายข้าวได้ในราคาที่เหมาะสม

อธิบดีกรมการข้าวกล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการข้าวจะเดินหน้าศึกษาและจัดทำรายละเอียดโครงการอย่างรอบคอบ โดยยึดความต้องการของเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่และงบประมาณ เพื่อให้การสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรเกิดประโยชน์สูงสุดต่อชาวนา สอดคล้องกับเป้าหมายการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มรายได้ และการขับเคลื่อนการผลิตข้าวของไทยไปสู่ระบบคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

รับชม บทสัมภาษณ์ เพิ่มเติมได้ที่

https://www.facebook.com/share/v/19rZiyUeGn/