สทนช. บินสำรวจสถานการณ์น้ำฝั่งตะวันออก “เจ้าพระยา-บางปะกง” ติดตามเส้นทางระบายน้ำ เร่งหาแนวทางลดผลกระทบประชาชน

วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วยนายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร บินสำรวจเส้นทางน้ำบริเวณฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำบางปะกง เพื่อติดตามสภาพพื้นที่จริงและวิเคราะห์แนวทางการไหลของน้ำ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งติดตามสถานการณ์อุทกภัยและผลักดันการระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังโดยเร็วที่สุด ลดผลกระทบประชาชน

การลงพื้นที่บินสำรวจทางอากาศในครั้งนี้ เป็นการประเมินสภาพพื้นที่และเส้นทางน้ำที่เชื่อมโยงระหว่างลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำบางปะกงครอบคลุมพื้นที่สำคัญ ตั้งแต่ปลายคลองรังสิต คลอง 13 และประตูน้ำเสาวภาผ่องศรี พื้นที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก และประตูน้ำสมบูรณ์ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายก แนวเชื่อมต่อลงสู่แม่น้ำบางปะกง บริเวณ อ.บางคล้า และ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พื้นที่รองรับและเชื่อมโยงน้ำในเขตหนองจอกและเขตประเวศของกรุงเทพมหานคร

เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า การขึ้นบินสำรวจในวันนี้ ทำให้เห็นภาพรวมของระบบน้ำและจุดคอขวดต่างๆ ได้อย่างชัดเจน โดย สทนช. ได้นำข้อมูลเชิงพื้นที่ดังกล่าวไปประเมินร่วมกับภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA พบว่าสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงมีแนวโน้มลดลงตามลำดับ โดยปริมาณน้ำท่วมขังเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 69 มีปริมาตรน้ำท่วม 2,010 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) ในวันที่ 9 ต.ค. 69 ปริมาตรน้ำท่วมลดลงเหลือ 1,088 ล้าน ลบ.ม. หรือระบายน้ำออกไปแล้วกว่า 922 ล้าน ลบ.ม. คาดการณ์ว่า มวลน้ำคงค้างจะสามารถระบายลงลำน้ำได้หมดประมาณเดือนตุลาคมนี้ โดย สทนช. ได้นำข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อร่วมประเมินสถานการณ์ร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับแผนการระบายน้ำ เร่งผลักดันน้ำที่ท่วมขังออกสู่แม่น้ำบางปะกงและอ่าวไทยให้เร็วที่สุด” เลขาธิการ สทนช. กล่าวในที่สุด