กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบด้านพืชจากสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัย โดยมอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ให้คำแนะนำ และดำเนินการช่วยเหลือให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพและดำเนินการผลิตทางการเกษตรได้โดยเร็ว

นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร มีข้อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี เร่งติดตามสถานการณ์และเยี่ยมเยียนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบการเกษตร (ด้านพืช) จากอุทกภัยที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ได้นำนายปัญญา ประดิษฐสาร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง นางสุวิสาส์ กันตอนันตพร รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามสถานการณ์ดังกล่าว พบว่า พื้นที่ในอำเภอพนัสนิคมได้รับผลกระทบด้านพืชจากอุทกภัย ครอบคลุม 20 ตำบล 186 หมู่บ้าน พื้นที่เสียหาย 12,894 ไร่ โดยพืชหลักที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย ข้าว ไม้ยืนต้น และผัก ตามลำดับ ทั้งนี้ ได้กำชับหน่วยงานในสังกัดเร่งเยียวยาเกษตรกรและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายตามนโยบาย รวมทั้งดูแลความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่และอาคารสำนักงาน เพื่อให้มีความพร้อมให้บริการเกษตรกรด้วย

จากนั้นได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งนางสาวสมหมาย พลมณี เกษตรจังหวัดระยอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามสถานการณ์ดังกล่าว โดยลงพื้นที่แปลงทุเรียนในหมู่ที่ 5 หมู่ที่ 6 ตำบลพลงตาเอี่ยม อำเภอวังจันทร์ และหมู่ที่ 5 หมู่ที่ 8 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านนา อำเภอแกลง ซึ่งจังหวัดระยองมีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบใน 8 อำเภอ จำนวน 1,886 ครัวเรือน พื้นที่ความเสียหาย 22,087 ไร่ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ อำเภอแกลง และอำเภอวังจันทร์ รวมประมาณ 2,500 ไร่ ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเร่งเดินหน้าช่วยเหลือ 2 มิติ ทั้ง “เยียวยา” และ “ฟื้นฟู”
ด้านการเยียวยา เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายและขึ้นทะเบียนเกษตรกรถูกต้องตามหลักเกณฑ์ จะได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง โดยจะเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และเน้นย้ำกับเกษตรกรว่า เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลจะโอนเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง และหากมีผู้แอบอ้างว่าสามารถเร่งรัดการจ่ายเงินหรือเรียกรับผลประโยชน์ใด ขอให้เกษตรกรอย่าหลงเชื่อ
สำหรับการฟื้นฟู สืบเนื่องจากเกษตรกรจำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากการขาดรายได้ ขณะที่ยังมีภาระหนี้จากการจัดซื้อปัจจัยการผลิตในระบบเครดิต กรมส่งเสริมการเกษตรจึงอยู่ระหว่างกำหนดแนวทางฟื้นฟูให้เหมาะสมกับลักษณะหนี้ โดยในส่วนของเกษตรกรที่มีภาระหนี้กับภาครัฐ จะพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือด้านการชำระหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ส่วนเกษตรกรที่มีหนี้กับภาคเอกชน จะให้หน่วยงานระดับจังหวัดสำรวจความต้องการและจัดทำข้อเสนอโครงการฟื้นฟูให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและศักยภาพของพื้นที่ สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ยังได้มีการทดสอบการฟื้นฟูแปลงสวนทุเรียน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง และเป็นพืชที่มีความอ่อนไหว จากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำแช่ขังยาวนานมากกว่า 7-14 วัน มีโอกาสสูงที่ต้นทุเรียนจะตายได้ จึงต้องมีการตรวจสภาพราก การผ่าแผลโคนต้น และการใช้สารชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาในการควบคุมโรคพืช พร้อมทั้งเน้นย้ำเทคนิคสำคัญในการกู้ชีพต้นทุเรียนหลังน้ำลด คือ ห้ามใส่ปุ๋ยทางดินทันที เนื่องจากรากพืชยังไม่สามารถดูดซึมธาตุอาหารได้ แต่ต้องเร่งระบายน้ำออกจากสวนและเปิดโคนต้นเพื่อตรวจดูสภาพราก พร้อมให้สารอาหารทางใบ เพื่อกระตุ้นการสร้างโปรตีนและเร่งการแตกใบใหม่
“กรมส่งเสริมการเกษตร ไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรผ่านพ้นวิกฤต แต่ต้องทำให้กลับมาสร้างรายได้และเดินหน้าประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ภายใต้แนวทาง “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพื่อฟื้นฟูภาคการเกษตรหลังอุทกภัยให้กลับมาเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว







