รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือ อภ.-แซนดอส เสริมความมั่นคงด้านยาและสาธารณสุขระหว่างไทย-สวิตเซอร์แลนด์ ตามนโยบายขับเคลื่อน Medical Investment Hub ชักชวนภาคเอกชนส่งเสริมการลงทุน วิจัย พัฒนาศักยภาพการผลิตยาในประเทศ ดันสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ตั้งเป้าดูดเงินลงทุนกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันติดท็อป 50 โลก

วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างองค์การเภสัชกรรม และ บริษัท แซนดอส (ประเทศไทย) จำกัด เรื่องความร่วมมือด้านยา เพื่อความมั่นคงทางยาและสาธารณสุขของประเทศ โดยมี พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กับ Ms. Isabel Maya Martinez ผู้บริหารบริษัท แซนดอส เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ Mr. Boon Huey Ee ประธานกลุ่มภูมิภาคเอเชีย บริษัทแซนดอส ร่วมเป็นสักขีพยาน รวมถึงมีผู้บริหารทั้งสองหน่วยงาน ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย และผู้อำนวยการบริหารหอการค้าสวิส–ไทย เข้าร่วม

นายพัฒนากล่าวว่า ความมั่นคงทางยาเป็นส่วนสำคัญของความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศ สิ่งสำคัญคือการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพ ควบคู่กับการพัฒนาระบบสาธารณสุขของไทยให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างมีคุณภาพ และยั่งยืน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่า พัฒนาการจัดบริการให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน โดยยังคงรักษาคุณภาพและมาตรฐานการรักษา ซึ่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการผสานองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญจะช่วยให้พัฒนาแนวทางการจัดหายา การบริหารทรัพยากร และเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานยาได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย Medical Investment Hub ผลักดันภาคการแพทย์และสุขภาพสู่การเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ที่ตั้งเป้าดึงดูดเงินลงทุนใหม่กว่า 68,000 ล้านบาท สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า ร้อยละ 0.5 ของ GDP และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากอันดับ 56 สู่อันดับ 50 ของโลก โดยต่อยอดจุดแข็งด้านเครือข่ายบริการสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ และระบบป้องกันและตอบสนองต่อภัยสุขภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติ

นายพัฒนากล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้หารือและชักชวนบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านยาและเทคโนโลยีทางการแพทย์แล้วประมาณ 10 ราย เพื่อส่งเสริมการลงทุน การวิจัยและพัฒนา และการผลิตในประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อน Medical Investment Hub ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรระหว่างประเทศ ถือเป็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมยา และพัฒนาศักยภาพการผลิตยาภายในประเทศ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การวางแผนด้านยา และการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางยาและสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงยาคุณภาพ รองรับความต้องการด้านสุขภาพในระยะยาว รวมถึงสะท้อนความสัมพันธ์ทางการทูต ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศด้วย
“กระทรวงสาธารณสุขพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงยาที่จำเป็น มีคุณภาพ ปลอดภัย และราคาที่เหมาะสม เพราะความมั่นคงทางยา เป็นส่วนสำคัญของความมั่นคงทางสุขภาพ ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงของประเทศ” นายพัฒนากล่าว








