สสปท. เตือนภัย “ลิฟต์ขนของ” ห้ามโดยสารเด็ดขาด‼️ พร้อมแนะ 5 จุดตรวจความปลอดภัยลิฟต์ก่อนใช้งาน ย้ำพบผิดปกติต้องหยุดทันที

จากกรณีอุบัติเหตุลิฟต์ขนส่งสิ่งของร่วงจากชั้น 2 ลงสู่ชั้น 1 ภายในบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะการใช้งานและการตรวจสอบอุปกรณ์ยกขนวัสดุในสถานประกอบการอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง

ดร.นันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) หรือ สสปท. กล่าวว่า อุบัติเหตุจากลิฟต์ขนส่งสิ่งของเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากลิฟต์ประเภทนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ขนส่งสิ่งของหรือวัสดุระหว่างชั้น ไม่ใช่เพื่อการโดยสารของบุคคล การนำลิฟต์ขนของมาใช้โดยสารจึงเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูง และอาจนำไปสู่การบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิตได้

สำหรับการวิเคราะห์อุบัติเหตุกรณีดังกล่าว จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ทั้งพฤติกรรมการใช้งาน สภาพของลวดสลิง ระบบเบรกและอุปกรณ์ป้องกันการตก ตลอดจนระบบล็อกประตูและมาตรการควบคุมความปลอดภัยของสถานประกอบการ ทั้งนี้ สาเหตุที่แท้จริงต้องอาศัยการตรวจสอบทางวิศวกรรมและผลการสอบสวนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการป้องกันได้ตรงกับต้นเหตุของอุบัติเหตุ

“สถานประกอบการไม่ควรรอให้เกิดอุบัติเหตุก่อนจึงเริ่มตรวจสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ แต่ควรให้ความสำคัญกับการตรวจความปลอดภัยเชิงป้องกัน โดยเฉพาะลิฟต์ขนส่งสิ่งของที่มีการใช้งานเป็นประจำ ซึ่งต้องตรวจสอบทั้งสภาพทางกายภาพและการทำงานของระบบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ”

ผอ.สสปท. กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สสปท. ในฐานะหน่วยงานที่รณรงค์ด้านความปลอดภัยในการทำงาน ได้จัดทำคู่มือรายการตรวจความปลอดภัยประจำวันก่อนการทำงานก่อสร้าง (Daily Safety Inspection Checklist for Construction Works) ซึ่งสามารถนำหลักการตรวจความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางสำหรับการตรวจสอบลิฟต์และอุปกรณ์ยกขน โดยปรับรายการตรวจให้เหมาะสมกับประเภทของลิฟต์ ลักษณะการใช้งาน และข้อกำหนดทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ประเด็นสำคัญที่สถานประกอบการควรให้ความสำคัญ ได้แก่

1.ตรวจสอบลวดสลิงและรอก ตรวจหาร่องรอยการสึกหรอ สนิม เส้นลวดขาด หรือความผิดปกติของเกลียวสลิง รวมถึงตรวจสอบตามรอบการบำรุงรักษาที่กำหนด หากพบความผิดปกติต้องหยุดใช้งานและให้ผู้มีความรู้ความสามารถตรวจสอบก่อนนำกลับมาใช้

2.ตรวจสอบระบบล็อกประตูและอุปกรณ์นิรภัย ระบบล็อกประตูชานพัก (Door Interlock) ต้องทำงานได้ตามการออกแบบ เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของลิฟต์เมื่อประตูเปิดหรือปิดไม่สนิท และป้องกันการเปิดประตูเมื่อห้องลิฟต์ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย พร้อมตรวจสอบระบบเบรกและอุปกรณ์ป้องกันการตกตามข้อกำหนดของลิฟต์แต่ละประเภท

3.ตรวจสอบระบบจำกัดระยะและป้องกันน้ำหนักเกิน ตรวจสอบสวิตช์จำกัดระยะการเคลื่อนที่ (Limit Switches) และระบบป้องกันการบรรทุกเกินพิกัด (Overload Protection) ให้สามารถทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้ เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ผิดปกติและลดความเสี่ยงจากการใช้งานเกินกำลังของอุปกรณ์

4.จัดทำรายการตรวจสอบก่อนเริ่มงานทุกวัน สถานประกอบการควรกำหนดให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบปุ่มหยุดฉุกเฉิน ประตูกั้นและระบบล็อก เสียงหรืออาการกระตุกผิดปกติของลิฟต์ สภาพลวดสลิง และป้ายเตือนหรือป้ายแสดงพิกัดน้ำหนัก พร้อมบันทึกผลการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ

5.สื่อสารข้อห้ามและกำหนดผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน ลิฟต์ขนส่งสิ่งของต้องติดตั้งป้ายแสดงพิกัดน้ำหนักและป้าย “ห้ามโดยสาร” ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบควบคุมการใช้งาน อบรมผู้ปฏิบัติงานให้เข้าใจอันตราย และห้ามดัดแปลงหรือใช้งานลิฟต์ผิดวัตถุประสงค์

ผู้อำนวยการ สสปท. เน้นย้ำว่า การป้องกันอุบัติเหตุจากลิฟต์ไม่สามารถพึ่งพาความระมัดระวังของผู้ปฏิบัติงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ การบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม การตรวจสอบโดยผู้มีความสามารถ และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างจริงจังควบคู่กันไป หากพบความผิดปกติของลิฟต์หรืออุปกรณ์นิรภัย ต้องหยุดใช้งานทันทีและไม่อนุญาตให้กลับมาใช้งานจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบและแก้ไขอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ สามารถศึกษาคู่มือรายการตรวจความปลอดภัยประจำวันก่อนการทำงานก่อสร้างของ สสปท. 🌐ได้ที่ https://www.tosh.or.th/images/K2-images/file-2026/1820-1.pdf เพื่อนำหลักการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะงานและอุปกรณ์ในสถานประกอบการ