1. สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค : ภาคเหนือ จ.นครสวรรค์ (39) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา (10) ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร (44) ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา (77) ภาคตะวันตก จ.ประจวบคีรีขันธ์ (36) และ ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี (93)
2. วันนี้ : ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่
คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 12 – 15 ต.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
3. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม: ปริมาณน้ำรวม: 82% ของความจุเก็บกัก (66,317 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 75% (42,196 ล้าน ลบ.ม.)
4. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค:
ภาคเหนือ: มีปริมาณน้ำ 20,991 ล้าน ลบ.ม. (76%)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีปริมาณน้ำ 8,520 ล้าน ลบ.ม. (71%)
ภาคกลาง: มีปริมาณน้ำ 1,432 ล้าน ลบ.ม. (76%)
ภาคตะวันออก: มีปริมาณน้ำ 2,754 ล้าน ลบ.ม. (87%)
ภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำ 27,249 ล้าน ลบ.ม. (96%)
ภาคใต้: มีปริมาณน้ำ 5,371 ล้าน ลบ.ม. (70%)
5. สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (วันที่ 10 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น.):
สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 35.05 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.20 ม.) มีแนวโน้มลดลงสถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 25.69 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.52ม.) มีแนวโน้มลดลง
สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,925 ลบ.ม. ต่อวินาที ระดับน้ำ 22.53 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.17 ม.) ระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 2,200 ลบ.ม. ต่อวินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อน
+15.88 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อน +15.22 ม.รทก.
6. ประกาศแจ้งเตือน:
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 10 – 12 ต.ค. 69 ดังนี้
1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ จ.น่าน กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร ระยอง จันทบุรี ตราด สมุทรสงคราม กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ยะลา และนราธิวาส
2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก
3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของแม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำบางปะกง คลองพระสะทึง คลองพระปรง แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำตราด แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ แม่น้ำเพชรบุรี คลองบางสะพาน แม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำโก-ลก

