รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อม ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ประเด็นเข้าดูแลสุขภาพประชาชนหลังน้ำลด เผยได้เตรียมแผนฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังน้ำลด ยึดหลัก “รื้อ ล้าง หลังน้ำลด” ทั้งการประเมินความปลอดภัย การทำความสะอาด กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล ปรับปรุงแก้ไขระบบน้ำสะอาด เตรียมสนับสนุนวัสดุเพื่อจัดการสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนเข้าที่พักอาศัย/หน่วยบริการเปิดให้บริการได้อย่างปลอดภัย ขณะที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมภาคใต้ ได้เตรียมระบบการแพทย์และสาธารณสุข แผนจัดบริการที่จำเป็น เพื่อให้ระบบบริการไม่สะดุด
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังร่วมชุมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าดูแลสุขภาพประชาชนอย่างเต็มที่ เนื่องจากหลายพื้นที่ระดับบน้ำเริ่มลดอาจเกิดโรคและภัยสุขภาพตามมาได้ พร้อมให้ติดตามดูแลสุขภาพในทุกมิติทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเข้าดูแลสุขภาพประชาชนเชิงรุก ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ที่มีฝนตกหนักให้ติดตามสถานการณ์และจัดบริการแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวม มีสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 170 แห่ง ยังสามารถเปิดให้บริการได้ 116 แห่ง หยุดให้บริการ 54 แห่ง ได้จัดบริการทางการแพทย์ ทั้งการเข้าเยี่ยมบ้านผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง ให้สุขศึกษา/คำปรึกษา/แนะนำ ให้บริการตรวจรักษา รับยา/แจกยา ส่งต่อผู้ป่วย และคัดกรองสุขภาพจิต รวม 290,817 ครั้ง ดูแลกลุ่มเปราะบางแล้ว 95,046 ราย สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ 290,373 รายการ รวมทั้งเข้าบริหารจัดการเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เช่นที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้ทำการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพอย่างเป็นระบบ โดยใช้เครือข่ายบริการทั้งภายในและข้ามจังหวัด รวม 89 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีแดง 75 ราย ผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง 14 ราย และมีทีม Sky doctor ร่วมสนับสนุนภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วย 7 ราย
เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัยได้เตรียมแผนฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังน้ำลดตามแนวทาง “รื้อ ล้าง หลังน้ำลด” ทั้งการประเมินความปลอดภัย ทำความสะอาด กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล การปรับปรุงแก้ไขระบบน้ำสะอาด พร้อมเตรียมสนับสนุนวัสดุเพื่อจัดการสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ชุดกำจัดเชื้อราและฆ่าเชื้อโรคในครัวเรือน ชุดปรับปรุงสุขาภิบาล ดูแลสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในครัวเรือน คลอรีนน้ำล้างพื้น คลอรีนเม็ดฆ่าเชื้อโรคในน้ำ EM ทั้งรูปแบบน้ำและผง เพื่อให้ประชาชนเข้าที่พักอาศัยและหน่วยบริการสามารถเปิดให้บริการได้อย่างปลอดภัย
นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนการเตรียมความพร้อมรองรับอุทกภัยจากฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ สตูล และนราธิวาส ช่วงระหว่างวันที่ 4-13 ตุลาคมนี้ ได้ให้หน่วยบริการในพื้นที่เตรียมความพร้อมของระบบไฟฟ้าสำรอง เชื้อเพลิง น้ำ ออกซิเจน การสื่อสาร การจัดบริการที่สำคัญ เช่น อุบัติเหตุฉุกเฉิน หอผู้ป่วยวิกฤติ ห้องผ่าตัด ห้องคลอด การฟอกไต และ เตรียม รพ.สนาม ศูนย์พักพิงสำหรับกลุ่มเปราะบาง ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การส่งต่อ/อพยพ รวมทั้งกำลังคน ทีมปฏิบัติการ ความพร้อมของยา เวชภัณฑ์ จัดทำระบบเฝ้าระวังยาคงคลัง การกระจายยา ระบบสนับสนุน โดยให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนและสามารถยกระดับศูนย์ปฎิบัติการฉุกเฉินฯ ตามระดับสถานการณ์เพื่อให้ระบบบริการไม่สะดุด ซึ่งได้มีการเตรียมพร้อมรองรับในช่วงต่อไปแล้ว



