หอภาพยนตร์ (องค์การมหานชน) ร่วมกับมูลนิธิหนังไทย จัดงานรำลึกถึง มิตร ชัยบัญชา ตำนานพระเอกอันดับหนึ่งแห่งวงการภาพยนตร์ไทย เนื่องในวาระครบรอบการเสียชีวิตอย่างกะทันหันจากการตกบันไดเฮลิคอปเตอร์ขณะถ่ายทำฉากสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่อง อินทรีทอง เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2513 พบกับกิจกรรมและโปรแกรมภาพยนตร์ตลอด 4 วัน ที่โรงหนังนางเลิ้ง หรือ ศาลาเฉลิมธานี โรงหนังไม้อายุร้อยกว่าปี ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางชุมชนที่ มิตร ชัยบัญชา เติบโตและผูกพันมาตั้งแต่วัยเยาว์ ไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
มิตร ชัยบัญชา เป็นดาราที่มาจากชุมชนนางเลิ้ง เขาเกิดในเดือนมกราคม 2477 ที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่ออายุได้ 8 ขวบ แม่ซึ่งแยกทางกับพ่อตั้งแต่เขายังเล็กตัดสินใจพาเขามาอยู่ด้วยกันในบ้านที่ถนนพะเนียง ย่านนางเลิ้ง ใกล้วัดสุนทรธรรมทานหรือวัดแคนางเลิ้ง
มิตร ชัยบัญชา เติบโตขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ แม่ของเขาเป็นแม่ค้าขายผักในตลาดนางเลิ้ง ตัวเขาเองก็ช่วยครอบครัวหารายได้ในชุมชนมาตั้งแต่เด็ก ทั้งทำงานเป็นลูกจ้างในตลาด และนำของกินไปเร่ขายตามถนนพะเนียงและถนนหลานหลวงที่อยู่ใกล้เคียง รวมถึงเพาะพันธุ์ปลากัดขาย พร้อม ๆ กับการเข้าเรียนที่โรงเรียนไทยประสาทวิทยา ถนนหลานหลวง เขาเรียนที่นี่จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อนจะสอบเข้าโรงเรียนจ่าอากาศโยธิน ดอนเมือง และรับราชการเป็นทหารอากาศ
เมื่อเริ่มมีผลงานแสดงภาพยนตร์ ตั้งแต่ปี 2501 ในช่วงแรก มิตร ชัยบัญชา ยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านนางเลิ้งเป็นหลัก ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายร่วมกับครอบครัวใหญ่ที่มีกันหลายคน บ้านเลขที่ 207 ถนนพะเนียงหลังนี้ เป็นทั้งที่พักกายพักใจหลังจากตรากตรำแสดงภาพยนตร์ เป็นที่ติดต่องาน รวมทั้งเป็นที่ที่แฟนหนังไทยจากทั่วประเทศจะส่งจดหมายมาหาและขอภาพถ่ายลายเซ็นจากพระเอกขวัญใจ
แม้ต่อมา มิตร ชัยบัญชา จะย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่ซอยจันทโรจน์วงศ์ ย่านพญาไท แต่เขายังคงแวะเวียนมาที่บ้านนางเลิ้ง รวมไปถึงวัดแคนางเลิ้ง ซึ่งเขาได้ฝากตนเป็นศิษย์ของ หลวงปู่ธูป เขมสิริ (พระราชธรรมวิจารณ์) เจ้าอาวาส เขาได้บริจาคเงินทำนุบำรุงวัด ตลอดจนจัดงานบุญที่นี่อยู่ไม่ขาด รวมถึงในวันที่ 1 มกราคม ที่กำหนดให้เป็นวันเกิดของตน เนื่องจากไม่ทราบวันเกิดที่แท้จริง มิตรก็จะมาทำบุญที่สถานที่ซึ่งเขารักและผูกพันแห่งนี้อยู่เสมอ
เมื่อเสียชีวิต ร่างของ มิตร ชัยบัญชา จึงมาตั้งอยู่ที่วัดแคนางเลิ้ง และมีคลื่นมหาชนมากันอย่างล้นหลามจนแน่นขนัด ทั้งแฟนภาพยนตร์และบุคคลในวงการบันเทิง ที่ต่างโศกเศร้าอาลัยต่อการจากไปของพระเอกผู้เป็นที่รัก โดยได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอยู่ที่นี่นานถึง 100 วัน มีภาพยนตร์ที่เขาแสดงเวียนมาจัดฉายให้ประชาชนได้ชม ก่อนจะมีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 21 มกราคม 2514 ณ วัดเทพศิรินทราวาส ซึ่งยังมีผู้คนไปร่วมงานกันอย่างมหาศาล จนมีการกล่าวว่าเป็นงานศพของสามัญชนที่มีผู้ไปร่วมงานมากที่สุดในประวัติศาสตร์
———————-
กำหนดการกิจกรรม
วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม
13.00 น. กิจกรรมเสวนา มิตร ชัยบัญชา ดาราคนนางเลิ้ง
ร่วมพูดคุยถึงความทรงจำที่มีต่อ มิตร ชัยบัญชา ผู้ที่เรื่องราวของเขายังคงฝังแน่นอยู่ในย่านนางเลิ้ง กับวิทยากรทั้งฝั่งดารา “ครรชิต ขวัญประชา” ผู้ร่วมแสดงนำใน อินทรีทอง (2513) และฝั่งตัวแทนชุมชน ได้แก่ “สุวัน แววพลอยงาม” ผู้นำชุมชนวัดแคนางเลิ้ง, “อุดม เนตรประภา” นักเล่าเรื่องแห่งย่านนางเลิ้ง และ “สมพงษ์ โชติวรรณ” อดีตผู้บริหารโรงหนังนางเลิ้ง พร้อมชมภาพยนตร์บันทึกภาพบรรยากาศงานศพ มิตร ชัยบัญชา ที่วัดแคนางเลิ้ง อันกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของประเทศ
16.00 น. อินทรีทอง (2513 / 108 นาที)
ผลงานการกำกับเรื่องแรกและผลงานการแสดงเรื่องสุดท้ายในชีวิตของ มิตร ชัยบัญชา ซึ่งกลายเป็นภาพยนตร์แห่งโศกนาฏกรรมและความทรงจำของแฟนหนังไทยทั่วประเทศ โดยหอภาพยนตร์ได้นำฟิล์มฉบับเดียวที่ยังเหลืออยู่ในคลังอนุรักษ์ เสียงพากย์ต้นฉบับมาสแกนเพื่อจัดฉาย
ศุกร์ที่ 9 ตุลาคม
14.00 น. ชายชาตรี (2507 / 65 นาที)
ผลงานที่ค้นพบฟิล์ม 16 มม. และพากย์เสียงใหม่โดยกลุ่มคนรักหนังไทย วัยหวานวันวาน เป็นฟิล์มชุดที่สันนิษฐานว่าถูกนำมาตัดต่อใหม่ผสมระหว่างฟิล์มฉบับฉายจริงที่ไม่ครบสมบูรณ์กับฟิล์ม outtakes เพื่อฉายหลังจาก มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิต เล่าเรื่องราวของชายหนุ่มทายาทตระกูลอภิรักษ์ภูมินทร์ ที่ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่าเจ้าของไร่สองไร่ที่ปราจีนบุรี
16.00 น. หยกแก้ว (2508 / 94 นาที)
หนังมิตร ชัยบัญชา อีกเรื่องที่ค้นพบฟิล์มและพากย์เสียงใหม่ โดย กลุ่มวัยหวานวันวาน และมีบางฉากถ่ายทำที่เพชรบุรี จังหวัดบ้านเกิดของมิตร เล่าเรื่องราวของ หยก หญิงสาวที่กลับมาพร้อมลูกสาว หลังจากหายสาบสูญไปนานหลายปีจากบ้านพระชัยบุรินทร์ผู้ที่พ่อฝากให้ดูแลเธอ การกลับมาครั้งนี้ทำให้ความลับในอดีตถูกเปิดเผย
เสาร์ที่ 10 ตุลาคม
14.00 น. อัศวินดาบกายสิทธิ์ (2513 / 85 นาที)
หนังจีนกำลังภายในที่ มิตร ชัยบัญชา รับบทเป็น เหว่ยชิง จอมยุทธ์หนุ่มที่รอดมาได้พร้อมกับความแค้นจากการแย่งชิงแร่เกลือระหว่างสองตระกูล โดยเป็นหนังเรื่องแรกเขาได้ร่วมงานกับสตูดิโอในต่างประเทศ ภาพยนตร์ถ่ายทำทั้งฉบับนางเอกไต้หวัน และนางเอกไทย (เพชรา เชาวราษฎร์) ฉบับที่จัดฉายเป็นฉบับนางเอกไต้หวัน ที่นักพากย์ชื่อดัง “โต๊ะ พันธมิตร” หรือ ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ ได้นำฟิล์มเนกาทิฟมาลงเสียงพากย์ไทย เพื่อจัดฉายใหม่ในปี 2541
16.00 น. ลมเหนือ (2512 / 143 นาที)
ผลงานที่ มิตร ชัยบัญชา ร่วมงานกับ ดอกดิน กัญญามาลย์ คนทำหนังที่เคยอยู่ที่ถนนหลานหลวง ใกล้เคียงกับย่านนางเลิ้ง และหอภาพยนตร์ได้นำฟิล์มาสแกนภาพใหม่ มิตร ชัยบัญชา รับบทเป็น พ.ต.ต. คธา คุณาวัฒน์ นายตำรวจหนุ่มฝีมือดี ซึ่งถูกให้ออกจากราชการ และมาเป็นที่ปรึกษาทางทหารให้ ภูหลวง เมืองซึ่งเป็นมิตรประเทศกับไทย แต่กำลังถูกรุกรานจากกลุ่มภูลาย
วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569
14.00 น. เงิน เงิน เงิน (2508 / 201 นาที)
อมตะหนังเพลงเรื่องยิ่งใหญ่ที่รวมดารานักแสดงไว้มากมายถึง 60 กว่าคน ร่วมด้วย 14 เพลงไพเราะ ท่ามกลางความยาวเกือบ 4 ชั่วโมง โดย มิตร ชัยบัญชา รับบทเป็น อรรคพล หลานชายของนายทุนเงินกู้หน้าเลือด ที่กลับเลือกเข้าข้างชาวบ้าน เป็นผลงานภาพยนตร์ 35 มม. เสียงในฟิล์มเรื่องแรกของเขา โดยหอภาพยนตร์ได้รีมาสเตอร์ใหม่จากฟิล์มในคลังอนุรักษ์

