กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ คว้า “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569” (National Innovation Awards 2026) ด้านองค์กรนวัตกรรม จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) นับเป็นก้าวสำคัญสู่การเป็นกรมแรกในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ที่ได้รับรางวัลด้านองค์กรนวัตกรรม ตอกย้ำความสำเร็จในการยกระดับองค์กรจากหน่วยงานกำกับดูแล สู่ “DFT’s SMART INTEGRATOR” ที่เชื่อมโยง “ข้อมูล–เทคโนโลยี–เครือข่าย” เพื่อพลิกโฉมบริการการค้าต่างประเทศให้สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยนวัตกรรมของกรมฯ ช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการได้มากกว่า 5,900 ล้านบาท

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า “เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 กรมการค้าต่างประเทศเข้ารับรางวัล “นวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569” (National Innovation Awards 2026) ด้านองค์กรนวัตกรรม จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ณ ห้องนภาลัยแกรนด์ บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของกรมการค้าต่างประเทศในการเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรม ยกระดับการทำงาน และขับเคลื่อนภารกิจภาครัฐสู่อนาคต โดยสะท้อนพลังของ “คน คิด เปลี่ยน ขับเคลื่อน” ที่บุคลากรทุกระดับร่วมกันสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริง และสร้างคุณค่าให้กับการบริการประชาชน”
“นวัตกรรมไม่ใช่การเพียงการคิดสิ่งใหม่ แต่คือกล้าที่จะเปลี่ยน เพื่อก้าวไปข้างหน้า” อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าว พร้อมระบุว่า การก้าวสู่องค์กรนวัตกรรมของกรมฯ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ครอบคลุมถึงการปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน กระบวนการให้บริการ และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับมีส่วนร่วมคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำให้การค้าต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับผู้ประกอบการ ลดขั้นตอน ลดเวลา และลดต้นทุน ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถของภาครัฐในการตอบสนองต่อโลกการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
DFT’s SMART INTEGRATOR: บูรณาการค้า เชื่อมไทย สู่โอกาสที่ไกลกว่า
หัวใจของการขับเคลื่อนองค์กรอยู่ภายใต้แนวคิด “DFT’s SMART INTEGRATOR : บูรณาการการค้า เชื่อมไทย สู่โอกาสที่ไกลกว่า” โดยกรมฯ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระบบการค้าระหว่างประเทศผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ Data Integration เชื่อมโยงข้อมูลเพื่อยกระดับบริการ Trade Network Integrator ผสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน และ Seamless Trade Integration อำนวยความสะดวกทางการค้าอย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
จาก 13 บริการ e-DFT สู่ “No Visit & Paperless 100%”
หนึ่งในผลงานสำคัญคือ การพลิกโฉม 13 บริการ e-DFT สู่บริการดิจิทัลแบบ End-to-End Digital Service ภายใต้นโยบาย No Visit และ Paperless 100% ลดความจำเป็นที่ผู้ประกอบการต้องเดินทางมาติดต่อราชการและลดการใช้เอกสาร พร้อมนำเทคโนโลยี AI-OCR, Machine Learning และ Digital Signature มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ
การให้บริการ นอกจากนี้ กรมฯ ยังเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศผ่าน National Single Window (NSW) และ ASEAN Single Window (ASW) ช่วยให้กระบวนการทางการค้ามีความเชื่อมโยง รวดเร็ว และลดภาระของภาคธุรกิจมากยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่สะท้อนเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม โดยนวัตกรรมต่าง ๆ ของกรมฯ สามารถ ช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการได้มากกว่า 5,900 ล้านบาท ขณะที่ระบบ OCS Connect สามารถลดระยะเวลาของกระบวนการที่เกี่ยวข้องบางส่วนจากเดิมประมาณ 29 วัน เหลือเพียง 30 นาที สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมภาครัฐสามารถเปลี่ยนบริการการค้าต่างประเทศ
ให้รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
“คน” คือหัวใจขององค์กรนวัตกรรม
อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องหลังเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลคือการสร้าง “วัฒนธรรมนวัตกรรม” ภายในองค์กร โดยกรมฯ ส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับมีส่วนร่วมคิด เสนอแนวทางใหม่ และต่อยอดงานประจำให้เป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ภายใต้แนวคิด “One Heart, Driving Innovation Together” – องค์กรนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจหนึ่งเดียวกัน การขับเคลื่อนดังกล่าวตั้งอยู่บนองค์ประกอบสำคัญทั้ง People, Data, Partnership และ Sustainability เพื่อให้นวัตกรรมไม่ได้เป็นเพียงโครงการเฉพาะกิจ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิดและการทำงานขององค์กรอย่างต่อเนื่อง
“รางวัลครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงความภาคภูมิใจของกรมการค้าต่างประเทศ แต่เป็นกำลังใจให้บุคลากรทุกคนเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการและประเทศ โดยกรมฯ จะต่อยอด DFT’s SMART INTEGRATOR เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี และเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สร้างโอกาสทางการค้าลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ และเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน” นางอารดากล่าว





