รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งการ รพ.พุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา เตรียมพร้อมรับมือ “น้ำท่วม” ทันที เผยทำแนวกั้น อุดท่อระบายน้ำ วางเครื่องสูบน้ำ ป้องกันน้ำเข้าโรงพยาบาลและป้องกันระบบไฟฟ้าแล้ว พร้อมเตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและสำรองน้ำมัน จัดทำแผนบริการสุขภาพให้เกิดความต่อเนื่อง รวมถึงแผนอพยพผู้ป่วยตามลำดับสถานการณ์ ด้านปลัดสมฤกษ์ติดตามความต้องการยาและเวชภัณฑ์ ล่าสุดสนับสนุนยารักษาน้ำกัดเท้าในเขตสุขภาพ 3-6 แล้วกว่าแสนชิ้น
วันที่ 4 ตุลาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ว่า จากการประเมินและเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากขึ้น ตนจึงมีข้อสั่งการให้โรงพยาบาลพุทธโสธร เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์วิกฤตทันที โดยวางแผนป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลเพื่อให้สามารถดำเนินการดูแลสุขภาพประชาชนได้ตามปกติ ซึ่งล่าสุด มีการดำเนินการแล้ว คือ 1)ป้องกันน้ำเข้าทางท่อระบายน้ำและจุดเสี่ยง โดยอุดท่อระบายน้ำ และอุดรูรั่วตามแนวท่อระบายน้ำ ป้องกันน้ำไหลย้อนจากด้านนอกโรงพยาบาล , ทำแนวกระสอบทรายกั้นทางเข้าโรงพยาบาลด้านหน้าทางเข้า และเสริมแนวหลังเต่าให้สูงขึ้น และวางเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่หน้าโรงพยาบาล 2) ป้องกันระบบไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ระบบปั๊ม ของ 2 อาคารที่ชั้นอยู่ใต้ดิน โดยก่อกำแพงกั้นน้ำบริเวณพื้นที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 1 เมตร วางกระสอบทรายทำแนวกั้นสามด่าน และวางเครื่องสูบน้ำกรณีมีน้ำท่วมขังด้านในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เตรียมความพร้อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 6 เครื่องซึ่งทดสอบแล้วพร้อมใช้ มีกำลังผลิตรวม 10,400kVA พร้อมสำรองน้ำมันดีเซลรวม 11,600 ลิตร สามารถใช้ได้ 2 วัน 3) ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ 4) วางกระสอบทรายและขนย้ายเพิ่มเติมในทางเข้า ถ้ามีสัญญาณต้องผนึกโรงพยาบาล โดยประสานภาคีเครือข่ายและหน่วยงานในจังหวัดให้พร้อมเมื่อ ถึงจุดแจ้งเตือนพร้อมตามกำลังคน
นายพัฒนากล่าวต่อว่า ส่วนแผนการดำเนินงานภายในโรงพยาบาล หากน้ำท่วมกระทบอาคาร ให้เตรียมแผนบริหารความต่อเนื่อง (BCP) และการย้ายระบบบริการสำคัญ เพื่อให้บริการได้ต่อเนื่อง โดยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระหว่างอาคารและไปโรงพยาบาลสาขา (วัดสมานรัตนาราม) ในกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว , ย้ายระบบสนับสนุนที่สำคัญ แล็บ และลดการตรวจเฉพาะที่จำเป็น พร้อมส่งโรงพยาบาลชุมชนใกล้เคียง , บริหารจัดการเคสภายในจังหวัด โดยให้พื้นที่โรงพยาบาลบางปะกงรับเคสสีเหลือง-แดง โรงพยาบาลพุทธโสธรไปร่วม Operate และบริหารส่งต่อในภาพเขตไปโรงพยาบาลชลบุรี ประสานเขต 4 โรงพยาบาลสระบุรี/โรงพยาบาลนครนายก, หากจำเป็นขอใช้พื้นที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ฉะเชิงเทรา รับ ICU 8 เตียง ธรรมดา 8 เตียง รวมถึงกรณีต้องปิดโรงพยาบาลไม่สามารถดำเนินการทั้งหมด ให้ย้ายไปโรงพยาบาลราชประชาสมาสัย ซึ่งมีการประสานความพร้อมของทางโรงพยาบาลปลายทางไว้แล้ว

ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันยังมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 25 จังหวัด มีผู้สูญหาย 2 ราย สถานพยาบาลได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น 2 แห่ง รวมเป็น 143 แห่ง ยังให้บริการได้ 61 แห่ง หยุดบริการ 82 แห่ง ต้องย้ายผู้ป่วย 245 ราย การจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขดำเนินการแล้ว 200,115 ครั้ง ครอบคลุมการเยี่ยมบ้าน สุขศึกษา ตรวจรักษา รับยา ส่งต่อผู้ป่วย ประเมินสุขภาพจิต โดยคัดกรอง สุขภาพจิตแล้ว 25,749 ราย พบเครียดสูง 839 ราย เสี่ยงภาวะซึมเศร้า 74 ราย เสี่ยงฆ่าตัวตาย 3 ราย ดูแลติดตามแล้ว 262 ราย ดูแลกลุ่มเปราะบางสะสม 86,175 ราย สนับสนุนการจัดบริการศูนย์พักพิง 556 แห่ง มีผู้รับบริการสะสม 20,145 ราย สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ 208,726 รายการ โดยเฉพาะยารักษาน้ำกัดเท้า มีการกระจายลงพื้นที่เขตสุขภาพ 3, 4, 5 และ 6 รวม 106,294 ชิ้น แบ่งเป็นการส่งตรงไปยัง รพ.สต.และหน่วยบริการปฐมภูมิ 45,707 ชิ้น กระจายผ่านสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอ 50,336 ชิ้น โรงพยาบาลและหน่วยบริการ 10,251 ชิ้น เมื่อจำแนกรายเขต พบว่า เขตสุขภาพที่ 4 มีรายการสนับสนุนสูงสุด 54,186 ชิ้น รองลงมา คือ เขตสุขภาพที่ 6 รวม 33,975 ชิ้น โดยกระทรวงสาธารณสุขจะติดตามความต้องการยาและเวชภัณฑ์ในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานเขตสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล และเครือข่ายปฐมภูมิ เพื่อสนับสนุนทรัพยากรให้เพียงพอต่อสถานการณ์และลดผลกระทบด้านสุขภาพจากอุทกภัย








