รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย จ. พระนครศรีอยุธยา อ.ผักไห่ และอ.เสนา ฝาก อสม.ดูแลกลุ่มเปราะบางใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำดูแลผู้อื่นแล้วต้องดูแลตัวเองด้วย กระทรวงสาธารณสุขพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
วันที่ 29 กันยายน 2569 ที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมมอบถุงยังชีพและยาให้ประชาชนและกลุ่มเปราะบางที่วัดท่าดินแดง อ.ผักไห่ และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหัวเวียง อ.เสนา โดยมี น.ส.จิตศ์ตราฎ์ หมีทองธนกรณ์ ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอาทิตย์ หมีทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นพ.ไพโรจน์ สุรัตนวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 4 นพ.อุดม อัศวุตมางกุร สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 4 นพ.ชวนนท์ อิ่มอาบ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่
นายพัฒนา กล่าวว่า จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพื้นที่เสี่ยงลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างที่ต้องเฝ้าระวัง ภาพรวมได้รับผลกระทบ 13 อำเภอ 20,000 หลังคาเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบรวมกว่า 50,000 คน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จากการจมน้ำ ในวันนี้ได้ลงพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ ได้รับผลกระทบ 8 หมู่บ้าน รวม 424 ครัวเรือน มีกลุ่มเปราะบาง (ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง) 665 ราย ขณะที่ อ.เสนา ได้รับผลกระทบขยายวงกว้างถึง 14 ตำบล 107 หมู่บ้าน 4 ชุมชน รวมประมาณ 6,500 ครัวเรือน หรือประชากรราว 18,000 คน (คิดเป็นเกือบ 20% ของทั้งอำเภอ) มีกลุ่มเปราะบาง ที่ต้องได้รับการดูแลกว่า 22,000 ราย โดย ต.หัวเวียง เป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด มีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 1,000 ครัวเรือน มีกลุ่มเปราะบาง รวม 1,484 ราย
“ประชาชนกลุ่มเปราะบางมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลให้เข้าถึงบริการสุขภาพ โดยกระทรวงได้ร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่และภาคีเครือข่าย เข้าช่วยเหลือ ให้สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง สำคัญที่สุด คือ พี่น้อง อสม. จะเป็นกำลังหลักในการดูแล ซึ่งต้องขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และ อสม. ทุกคน ดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” นายพัฒนากล่าว
ด้าน นพ.สมฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมของ จ.พระนครศรีอยุธยา มีสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 4 แห่ง ยังสามารถเปิดให้บริการได้ คือ รพ.สต.เกาะเกิด รพ.สต.บ้านโพ ส่วน รพ.สต.วัดตะกู ได้เปิดบริการชั้น 2 และเพิ่มจุดบริการชั่วคราวที่ริมถนนด้านหน้า และ รพ.สต.บางหลวงโดด (อ.บางบาล) เพิ่มจุดบริการที่สี่แยกป้อมตำรวจแยกวัดกอไผ่ นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนสะสมรวม 1,387 ราย พบ เป็นโรคน้ำกัดเท้ามากที่สุด 900 ราย รองมา คือ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบผิวหนัง (แพ้/ผื่นคัน) โรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก อาการปวดศีรษะ/เวียนศีรษะ โรคระบบตา หู คอ จมูก โรคระบบทางเดินอาหาร/อุจจาระร่วงเฉียบพลัน และถูกงูพิษกัด รวมทั้งได้เข้าประเมินสุขภาพจิตแล้ว 19 ราย ไม่พบภาวะเครียดระดับสูง เสี่ยงซึมเศร้า หรือเสี่ยงฆ่าตัวตาย ตลอดจนให้การสนับสนุน ทั้งยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบ ยาน้ำกัดเท้าขี้ผึ้ง ยาน้ำกัดเท้า Whitfield ยาตำราหลวง และยาทากันยุง พร้อมทั้งให้คำแนะนำประชาชน เกี่ยวกับโรคที่มากับน้ำท่วม ทั้ง โรคน้ำกัดเท้าและโรคฉี่หนู โดยให้สวมรองเท้าบูท ถุงมือ ปิดบาดแผลให้มิดชิด และล้างทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัสน้ำ หากมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง หรือตาแดง หลังสัมผัสน้ำท่วม ควรรีบพบแพทย์เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที













