รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมต่อเนื่อง มอบกรมการแพทย์ร่วมกับ กทม.ตั้ง จุดบริการทางการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ดูแลประชาชนเคหะชุมชนร่มเกล้า ใช้ VDO Call ผ่าน DMS Tele ในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” พบแพทย์ทางไกล ให้ผู้ป่วยได้รับการดูแล สำรองและผลิตยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพิ่ม มียา Doxycycline รักษาโรคฉี่หนู คงคลังกว่า 1.5 ล้านแคปซูล ชุดยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 28,000 ชุด ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่กว่า 66,000 ชุด ชุดตรวจฉี่หนูกว่า 8,000 ชุด

วันที่ 29 กันยายน 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นางสาวจิตศ์ตราฎ์ หมีทองธนกรณ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม โดย นพ.สมฤกษ์ กล่าวภายหลังการประชุมฯ ว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมาย ให้ทีมกรมการแพทย์ ประสานงานกับกรุงเทพมหานคร จัดตั้งจุดบริการทางการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข รองรับประชาชนในเคหะชุมชนร่มเกล้า กรุงเทพมหานคร และปรับใช้ ระบบ VDO Call DMS Tele พบแพทย์ทางไกลผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” เพื่อให้คำปรึกษา ประเมินอาการ วางแผนการรักษา จัดส่งยา แก่ผู้ประสบภัย เพื่อให้ได้รับการดูแลต่อเนื่อง รวมทั้งสื่อสารวิธีการใช้แอปพลิเคชันให้ประชาชนเข้าใจ นอกจากนี้ยังได้มีข้อสั่งการให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 5 และ 6 ประสานข้อมูลและการระบายน้ำกับหน่วยงานด้านชลประทานเพื่อวางแผนการจัดระบบบริการ ผ่องถ่ายผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่เป็นพื้นที่ประสบภัยไปยังโรงพยาบาลที่ปลอดภัย, สำรวจบัญชียาคงคลัง คลังยา ระบบกระจายยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้มีความพร้อม, ให้ผู้บริหาร /ผู้บัญชาการเหตุการณ์ฝ่ายการแพทย์และสาธารณสุข สาธารณสุขจังหวัดทุกแห่งอยู่ในพื้นที่ภัยพิบัติ และลงพื้นที่แก้ไขปัญหาการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างทันท่วงที รวมทั้งให้กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต เตรียมความพร้อมหลังน้ำลด จัดเตรียมแผนฟื้นฟู เฝ้าระวัง ควบคุมโรค การจัดการด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม การเยียวยาจิตใจให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ในจังหวัดที่ประสบอุทกภัยด้วย
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยภาพรวมได้ขยายผลกระทบเพิ่มเป็น 25 จังหวัด กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทีมแพทย์และสาธารณสุขลงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางดูแลเพิ่มขึ้น 41,382 ราย รวมเป็น 50,313 ราย ให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวม 38,118 ครั้ง สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์รวม 70,756 รายการ และเข้าสนับสนุนศูนย์พักพิง 842 แห่ง รองรับได้ 213,077 คน มีผู้รับบริการสะสม 9,838 คน สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบรวม 73 แห่ง ส่วนใหญ่เป็น รพ.สต. 57 แห่ง โรงพยาบาล 9 แห่งสาธารณสุขอำเภอ 5 แห่ง และหน่วยบริการปฐมภูมิ 2 แห่ง ยังเปิดให้บริการตามปกติ 38 แห่ง หยุดบริการ 35 แห่ง ล่าสุด อย.ได้สำรองชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยไว้อย่างเพียงพอ ส่วนกลุ่มยาต้านจุลชีพยังคงมียา Doxycycline 100mg สำหรับรักษาโรคฉี่หนู คงคลังรวม 1,591,783 แคปซูล ชุดยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวม 28,877 ชุด และชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ 66,163 ชุด ชุดตรวจโรคฉี่หนู (Leptospirosis) 7,979 ชุด
นพ.สมฤกษ์กล่าวต่อว่า จากการประเมินสถานการณ์ช่วงวันที่ 29 กันยายนนี้ ให้พื้นที่เสี่ยงบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ป่าสัก แม่กลอง ท่าจีน และบางปะกง เฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชน และสถานพยาบาล ได้แก่ อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี กทม.และปริมณฑล ส่วนวันที่ 2-4 ตุลาคม ประเมินว่าจะเริ่มคลี่คลายเป็นพื้นที่ และเข้าสู่ช่วงฟื้นฟู สำหรับเขตสุขภาพที่ 6 ยังคงมี 3 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง โดย จ.ปราจีนบุรี ได้ส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่ปลอดภัย รวม 413 ราย ส่วน จ.ระยอง ส่งต่อผู้ป่วยแล้ว 69 ราย โดย รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี และ รพ.แกลง จ.ระยอง ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเข้าท่วมในพื้นที่โรงพยาบาลจะทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทั้งหมดได้ภายในวันนี้ ด้านกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้ส่งทีมช่างเข้าดูระบบน้ำประปา เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ระบบก๊าซทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบแล้ว
ด้านผลการดำเนินงานสื่อสารความเสี่ยงในช่วงน้ำท่วม พบว่า ประชาชนสนใจสถานการณ์น้ำ/พื้นที่เสี่ยง 21.2% โรคและภัยสุขภาพหลังน้ำท่วม 13.6% โรงพยาบาลและหน่วยบริการ 10.6% การอพยพ/ศูนย์พักพิง 9.8% และกลุ่มเปราะบาง 9.1% เบื้องต้นหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุขได้ผลิตสื่อและเผยแพร่รวม 298 ชิ้น ทั้งรูปแบบ infographic ข่าวประชาสัมพันธ์ ข้อความแจ้งเตือน คลิปวีดีโอ และสื่อชุมชน เผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และผ่าน อสม. เครือข่ายชุมชนรวมถึงสื่อมวลชน












