กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมจัดนิทรรศการงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระบรมราชชนก ประจำปี 2569 น้อมนำพระราชปณิธาน “การประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ” เดินหน้ายกระดับภูมิปัญญาไทยด้วยวิทยาศาสตร์ งานวิจัย และมาตรฐานสากล ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก ผลักดันสมุนไพรไทยสู่ตลาดโลกให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สร้างความเชื่อมั่น ด้วยงานวิจัยเชิงเปรียบเทียบและระบบข้อมูลสุขภาพดิจิทัลยกระดับมาตรฐานตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เชื่อมโยง Soft Power กับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและขับเคลื่อนนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมจัดแสดงนิทรรศการในงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–30 กันยายน 2569 ณ NEXT HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นผู้จัดงาน ทั้งนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

การจัดงานครั้งนี้ทางกรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้นำเสนอแนวคิดภายใต้หัวข้อ “ตำรับยาไทย ภูมิปัญญาไทย ก้าวไกลสู่สากล” เพื่อแสดงให้เห็น ถึงความก้าวหน้าในการยกระดับยาสมุนไพรไทย จากภูมิปัญญาพื้นบ้านสู่ยาสมุนไพร บนพื้นฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based Medicine) ผ่านการศึกษาวิจัยและนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์
ปัจจุบัน บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ได้บรรจุยาสมุนไพรแล้วถึง 124 รายการ โดยในจำนวนนี้ มี 38 รายการ ที่ผ่านการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบประสิทธิผลและความปลอดภัยกับยาแผนปัจจุบันโดยตรง (Head to Head Study) อย่างชัดเจน ได้แก่ ลดปวดอักเสบ เถาวัลย์เปรียง และ ไพล แก้เจ็บคอและลดไข้ ฟ้าทะลายโจร และ จันทลีลา แก้ปวดประจำเดือน ประสะไพล และ เลือดงาม ลดความอยากบุหรี่ หญ้าดอกขาว เป็นต้น
ดร.นพ.พงศธร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากด้านวิจัย กรมฯ ยังได้ยกระดับการแพทย์แผนไทยให้เข้าสู่ระบบสุขภาพสากล ด้วยการจัดทำรหัสมาตรฐานสากล ได้แก่ SNOMED CT และ ICD-10 สำหรับบันทึกการรักษาและหัตถการไทย ในระบบสุขภาพดิจิทัลช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกสามารถสื่อสาร แลกเปลี่ยน และทำความเข้าใจข้อมูลการรักษา ได้ตรงกัน
กรมการแพทย์แผนไทยฯ มีแผนยกระดับสมุนไพรไทยครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การยอมรับ ระดับสากล สร้างความเชื่อมั่นด้วยงานวิจัยเปรียบเทียบและระบบรหัสข้อมูลสุขภาพดิจิทัล 2.มาตรฐานตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ต้นน้ำ : ส่งเสริมเกษตรกรปลูกสมุนไพรตามมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ กลางน้ำ : ใช้เทคโนโลยี สกัดสารสำคัญ ยกระดับโรงงานผลิตสู่มาตรฐาน GMP และ PIC/S เพื่อผลิตยาสมุนไพรเกรดทางการแพทย์ (Medical Grade) 3.เชื่อมโยง Soft Power และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บูรณาการการแพทย์แผนไทยเข้ากับธุรกิจ Wellness ต่อยอดสู่เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และอาหารเพื่อสุขภาพ 4.ขยายโอกาสทางการค้าและนโยบาย ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ และ BOI ในการปลดล็อกการส่งออกและให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี พร้อมจับมือภาคีเครือข่ายอาเซียน (ASEAN Herbal Hub) กำหนดมาตรฐานร่วมกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียนและจำหน่ายในต่างประเทศ
ดร.นพ.พงศธร กล่าวในตอนท้ายว่า การจัดนิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้ ให้ประชาชนได้เห็นถึงการพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งไม่เพียงสร้างความมั่นคงทางยาให้กับประเทศตามแนวพระราชปณิธานเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และผลักดัน ให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพ (Medical & Wellness Hub) อย่างยั่งยืน ต่อไป










