กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day)

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชูการดูแลสุขภาพหัวใจแบบบูรณาการผสานศาสตร์การแพทย์แผนจีน ควบคู่กับ แพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อป้องกันและชะลอโรคหัวใจและหลอดเลือด ผ่าน 3 แนวทางปฏิบัติ ปรับอารมณ์ ลดความเครียด เติมสมดุลให้หัวใจ โภชนาการบำบัด เลือกทานอาหารปรับธาตุตามศาสตร์จีน สังเกตสัญญาณเตือน รู้ทันความผิดปกติของร่างกายได้ทันท่วงที เพื่อการดูแลสุขภาพระบบหลอดเลือดและหัวใจอย่างยั่งยืน เนื่องใน วันหัวใจโลก (World Heart Day)

นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า สมาพันธ์หัวใจโลก (World Heart Federation: WHF) กำหนดให้วันที่ 29 กันยายนของทุกปี เป็นวันหัวใจโลก (World Heart Day) เพื่อกระตุ้นให้ประชากรทั่วโลกตระหนักถึงความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก รวมถึงในประเทศไทยที่มีผู้ป่วยสะสมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมการแพทย์แผนไทยฯ จึงมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนนำองค์ความรู้แพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีนมาประยุกต์ใช้ ในการดูแล ป้องกัน และชะลอการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อการดูแลสุขภาพระบบหลอดเลือดและหัวใจอย่างยั่งยืน

ด้าน นายแพทย์กุลธนิต วนรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์ทางเลือก ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ถึงมุมมอง การแพทย์แผนจีนว่า หัวใจเปรียบเสมือน “กษัตริย์หรือประมุขแห่งอวัยวะทั้งปวง” ทำหน้าที่ควบคุมทั้งการไหลเวียน ของเลือด ระบบจิตใจ อารมณ์ และความคิด หากเกิดภาวะเลือดและลมปราณติดขัด หรือ “ชี่หัวใจพร่อง” จะแสดงอาการเตือน เช่น ใจสั่น แน่นหน้าอก อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ และอาจพัฒนาไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจในที่สุด

กรมการแพทย์แผนไทยฯ จึงแนะนำแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวันตามศาสตร์แพทย์แผนจีน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพหัวใจ ได้แก่ ปรับอารมณ์และลดความเครียด อารมณ์ที่สุดโต่ง เช่น ความโกรธ หรือความกังวลส่งผลกระทบต่อหัวใจโดยตรง การฝึกสมาธิ หรือการบริหารร่างกายที่เน้นการประสานลมหายใจ เช่น ไท่เก๊ก และ ชี่กง จะช่วยลด ความดันโลหิตและช่วยให้ลมปราณไหลเวียนได้ดีขึ้น รับประทานอาหารสีแดง และรสขม ตามทฤษฎีปัญจธาตุ ธาตุไฟ และหัวใจมีความสัมพันธ์กับสีแดงและรสขม และตรงตามหลักวิทยาศาสตร์ที่ผักผลไม้สีแดงมักมีแร่ธาตุที่เกี่ยวข้องกับ การสร้างเม็ดเลือดแดง เช่น ธาตุเหล็ก โฟเลต สารกลุ่มเบตาเลน ไนเตรต ไลโคปีน และวิตามินซี การรับประทานอาหาร สีแดง เช่น พุทราจีน ถั่วแดง เก๋ากี้ มะเขือเทศ และบีทรูท จึงช่วยบำรุงเลือดได้ ขณะที่อาหารรสขม เช่น มะระ หรือ ชาเขียว ช่วยลดความร้อนและลดไฟหัวใจ ซึ่งตรงตามหลักวิทยาศาสตร์ด้วยรสขมมักมีสารประกอบ เช่น โพลีฟีนอล และ ฟลาโวนอยด์ ช่วยลดสารอักเสบในร่างกาย ซึ่งเปรียบเสมือนการลดความร้อนภายในร่างกายได้ สังเกตสัญญาณเตือน จากร่างกาย สังเกตอาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ เช่น นอนไม่หลับ อ่อนเพลียง่าย หรือแน่นหน้าอกเวลาเครียด เพื่อรับการดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ

ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่า การแพทย์แผนจีน เป็นเพียงศาสตร์ที่เข้ามาช่วยเสริมในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและ การปรับสมดุล ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ไม่ควรหยุดยา หรือปรับลดการรักษาหลักทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ด้วยตนเอง หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง

ประชาชนที่สนใจข้อมูลการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โทร. 0 2149 5678, Facebook : กรมการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลือก หรือ Line Official Account: @DTAM