รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ติดตามการช่วยเหลือประชาชนช่วงวิกฤตน้ำท่วม 23 จังหวัด เผย จัดทีมแพทย์ดูแลทุกพื้นที่ ทั้งประเมินความเสี่ยง สำรวจผลกระทบ เตรียมแผนอพยพ ความพร้อมศูนย์พักพิง ประสาน สพฉ. เตรียมทีม Sky Doctor ช่วยส่งต่อผู้ป่วยใน รพ.แกลง หากจำเป็น กำชับจับตาพื้นที่เสี่ยงสูงวันนี้ กาญจนบุรี-ราชบุรี-ปราจีนบุรี-ระยอง-นครนายก-กทม.-ปริมณฑล ออก 8 ข้อสั่งการรับมือ ส่วนผู้เสียชีวิต 19 ราย ส่วนใหญ่มาจากการพลัดตกน้ำ/จมน้ำ และไฟฟ้าช็อต ย้ำเพิ่มความระมัดระวัง

วันที่ 28 กันยายน 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ว่า ความคืบหน้าการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม มีการส่งทีมแพทย์และสาธารณสุขลงพื้นที่ต่างๆ เช่น ทีม MiniMERT กรมการแพทย์ ลงพื้นที่เคหะร่มเกล้า เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ดูแลความปลอดภัยและสุขภาพประชาชน, เขตสุขภาพที่ 9 ลงพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แบ่ง 3 ทีมครอบคลุมชุมชนและพื้นที่ประสบภัย สำรวจผลกระทบ ติดตามการดูแลประชาชนในศูนย์พักพิง เตรียมบุคลากร ยา เวชภัณฑ์ และทรัพยากรที่จำเป็นดูแลกลุ่มเปราะบาง, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ราชบุรี เตรียมรับการระบายน้ำจากเพิ่มจากเขื่อนแม่กลอง โดยประเมินพื้นที่เสี่ยงพร้อมแผนอพยพประชาชน เตรียมศูนย์พักพิง และระบบการแพทย์และสาธารณสุข และเขตสุขภาพที่ 4 ลงพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ออกเยี่ยมผู้ป่วยและผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ติดตามการเข้าถึงยาและบริการรักษาพยาบาล พร้อมให้คำแนะนำด้านสุขภาพ เป็นต้น ส่วน รพ.แกลง จ.ระยอง ที่มวลน้ำทะลักเข้าพื้นที่ ได้ให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เตรียมทีม Sky Doctor พร้อมลงพื้นที่ทันทีที่ได้รับการร้องขอให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลปลายทาง

นายพัฒนากล่าวต่อว่า สถานการณ์เร่งด่วนวันนี้อยู่ที่ กาญจนบุรี ราชบุรี ปราจีนบุรี ระยอง (อ.แกลง) นครนายก กทม.และปริมณฑล ระบบสุขภาพมีความเสี่ยงสูงที่ต้องเฝ้าระวัง 2 แห่ง คือ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี และ รพ.นครนายก รวมถึงต้องติดตามต่อในสถานบริการริมลุ่มน้ำแม่กลอง รพ.และ รพ.สต.ปลายน้ำกระแสร์ อ.แกลง และ รพ.สต.ในพระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และสระแก้ว โดยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นลำดับต้น คือ จังหวัดระยอง ที่ รพ.บ้านค่าย ยังคงมีปริมาณน้ำสูง สามารถให้บริการได้เฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน มีแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจำนวน 30 ราย ไป รพ.เฉลิมพระเกียรติฯ ส่วนรพ.แกลง น้ำท่วมขังและเข้าในพื้นที่โรงพยาบาลสูงขึ้น อยู่ระหว่างดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤติ 8-10 ราย ไปยังรพ.ระยอง ผู้ป่วยอีก 100 ราย ไปยังรพ.เฉลิมพระเกียรติฯ ที่ประชุมฯ จึงมีข้อสั่งการ ดังนี้ 1.ให้ผู้ตรวจราชการฯ และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด กำกับดูแลโรงพยาบาลในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความพร้อมระบบสนับสนุนที่สำคัญ ได้แก่ ยา เวชภัณฑ์ ระบบไฟฟ้าสำรอง น้ำประปา ออกซิเจน และทรัพยากรจำเป็นอื่น ๆ 2.สำรวจและสนับสนุนส้วมกระดาษ เน้นจัดสรรเพื่อใช้ในศูนย์พักพิงเป็นลำดับแรก 3.สื่อสารความเสี่ยงและข้อมูลที่จำเป็นแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง 4.เร่งจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ตามรายการที่พื้นที่ร้องขอ พร้อมติดตามสถานะการจัดส่งแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน โดยให้ สสจ.เป็นจุดรับหลักและกระจายต่อไปยังพื้นที่ หน่วยงาน หรือตัวแทนประชาชน
5.เตรียมทีมซ่อมบำรุงเข้าดำเนินการทันทีหลังระดับน้ำลดลง เพื่อฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบสื่อสาร เครื่องมือและอุปกรณ์ สาธารณูปโภคที่จำเป็นให้กลับมาเปิดให้บริการได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว 6.เร่งดูแลช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยติดบ้านและผู้ป่วยติดเตียง ให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ ได้รับยาอย่างต่อเนื่อง และติดตามเฝ้าระวังสุขภาพอย่างใกล้ชิด 7.เร่งป้องกันและลดผลกระทบจากน้ำท่วมโรงพยาบาล โดยประสานจังหวัด อบจ. และหน่วยทหาร สนับสนุนกำลัง ยานพาหนะ และเครื่องสูบน้ำ พร้อมจัดทำแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตามความเร่งด่วน ประสานโรงพยาบาลปลายทางให้พร้อมรองรับ และเตรียมแผนสำรองกรณีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบความต่อเนื่องในการรักษาพยาบาล และ 8.จัดทำแผนและแนวทางการดำเนินงานในระยะฟื้นฟู กำหนดภารกิจที่ต้องดำเนินการ พร้อมสำรวจและจัดทำรายการยา เวชภัณฑ์ และทรัพยากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่จำเป็น เพื่อเตรียมสำรองและสนับสนุนพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ

ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 23 จังหวัด สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบเพิ่มเป็น 49 แห่ง ในจำนวนนี้ เปิดบริการปกติ 24 แห่ง ปิดบางส่วน 3 แห่ง และปิดบริการ 22 แห่ง มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย ส่วนใหญ่มาจากการพลัดตกน้ำ/จมน้ำ และไฟฟ้าช็อต จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมเพิ่มความระมัดระวัง เพราะระดับน้ำ กระแสน้ำ และพื้นที่ใต้น้ำจะเปลี่ยนไปจากเดิม หากจำเป็นต้องลงไปในน้ำ ควรนำอุปกรณ์ที่ช่วยพยุงตัว เช่น เสื้อชูชีพ แกลลอนพลาสติก ติดไปด้วยเพื่อใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน กรณีน้ำท่วมเข้าภายในบ้าน ควรตัดการจ่ายไฟและงดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ทั้งนี้ ประชาชนที่มีแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” สามารถติดตามข้อมูลและคำแนะนำการปฏิบัติตัวในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมได้อีกทางหนึ่ง











