ยกระดับคุณธรรมทั่วไทย วธ. ประกาศผลประเมิน “ชุมชน–องค์กร–อำเภอ–จังหวัดคุณธรรม” 44,369 แห่ง พร้อมมอบโล่นายกฯ เชิดชูต้นแบบโดดเด่น 256 แห่ง และ 154 “คนดีศรีจังหวัด-คนดีศรีกรุงเทพมหานคร”

วันที่ 28 กันยายน 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 เพื่อพิจารณาผลการประเมินชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมเห็นชอบผลการประเมินรวม 44,369 แห่ง และคัดเลือก “คุณธรรมต้นแบบโดดเด่น” 256 แห่ง เตรียมเข้ารับโล่เชิดชูเกียรติจากนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเห็นชอบรายชื่อ “คนดีศรีจังหวัด” และ “คนดีศรีกรุงเทพมหานคร” รวม 154 คน สะท้อนพลังเครือข่ายคุณธรรมที่ขยายตัวในทุกระดับของสังคม ณ ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับทราบ ข้อเสนอแนะจากการประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) โดยกรมการศาสนา ร่วมกับศูนย์คุณธรรม จัดขึ้นใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด ชลบุรี ลำปาง และสตูล เพื่อนำข้อเสนอแนะ 4 ประเด็น ได้แก่ 1. การกำหนดให้การส่งเสริมคุณธรรมเป็นวาระแห่งชาติ 2. การพัฒนาตัวชี้วัดและระบบประเมินผลด้านคุณธรรม 3. การพัฒนากลไกการส่งเสริมคุณธรรมในระดับพื้นที่ และ4. การขยายเครือข่ายคุณธรรมควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยมีข้อเสนอให้พัฒนาสื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ส่งเสริมผู้มีอิทธิพลทางความคิดด้านคุณธรรม และยกระดับแหล่งเรียนรู้คุณธรรมให้สามารถสร้างคุณค่าและเกิดประโยชน์ต่อชุมชนได้อย่างยั่งยืน เพี่อไปประกอบการจัดทำร่างแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2571–2575) นอกจากนี้ ข้อเสนอจากการจัดงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรม 4 ภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยพลังเครดิตความดีสู่ทางรอดที่ยั่งยืน” จะมีการยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์คุณธรรมและพัฒนากลไกเครือข่ายในพื้นที่ ขับเคลื่อนครอบครัวพลังบวกและระบบพี่เลี้ยงชุมชนให้เป็นนโยบายหรือวาระสำคัญระดับชาติ และผลักดัน “ระบบเครดิตความดี” ให้เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมคุณธรรม รวมทั้งบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า สำหรับการสร้างการรับรู้ด้านคุณธรรมในสังคม คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่สื่อส่งเสริมคุณธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการสื่อสารเชิงบวก การยกย่องเชิดชูบุคคลต้นแบบ และการสร้างพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมผลิตสื่อคุณธรรม อาทิ การประกวดสื่อคุณธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน “ชุมชนคุณธรรมบ้านฉัน” การผลิตสื่อส่งเสริมคุณธรรมจำนวน 6 เรื่อง การเผยแพร่กระบวนการขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรม 33 แห่ง รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมบุคคลที่เป็นแบบอย่าง “Moral Icon : ต้นกล้าแห่งความดี” และค่ายเยาวชน “คนดีศรีจังหวัด : เมล็ดพันธุ์แห่งความดี” กิจกรรมดังกล่าวส่งผลให้มีสื่อสร้างสรรค์คุณธรรมบนสื่อโซเชียลมีเดียและมีการเข้าถึงมากกว่า 1,900,000 ครั้ง เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความดีจากชุมชนของตนเองและขยายผลสู่ชุมชนอื่น

ในส่วนของการประเมินคุณธรรม มีการเห็นชอบผลการประเมินชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมทั้งสิ้น 44,369 แห่ง แบ่งเป็นระดับส่งเสริมคุณธรรม 11,638 แห่ง ระดับพัฒนาคุณธรรม 11,654 แห่ง และระดับคุณธรรมต้นแบบ 21,077 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีผลการคัดเลือกชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น 256 แห่ง ประกอบด้วย 76 ชุมชน 102 องค์กร 74 อำเภอ และ 4 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ พิษณุโลก สระแก้ว และสระบุรี และสำหรับการคัดเลือก “คนดีศรีจังหวัด” และ “คนดีศรีกรุงเทพมหานคร” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมทั้งสิ้น 154 คน แบ่งเป็น คนดีศรีจังหวัด 152 คน ได้แก่ ประเภทเด็กและเยาวชน (อายุ 13–25 ปี) 76 คน และประเภทประชาชน 76 คน ส่วนคนดีศรีกรุงเทพมหานคร 2 คน ได้แก่ ประเภทเด็กและเยาวชน (อายุ 13–25 ปี) 1 คน และประเภทประชาชน 1 คน โดยคุณธรรมต้นแบบโดดเด่นทั้ง 256 แห่ง และคนดีศรีจังหวัด-คนดีศรีกรุงเทพมหานคร จะได้รับโล่เชิดชูเกียรติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อยกย่องเป็นแบบอย่างของการทำความดี สร้างแรงบันดาลใจและเป็นพลังสำคัญในการขยายผลการส่งเสริมคุณธรรมแก่ชุมชน องค์กรและพื้นที่อื่น ๆ ให้ร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างสังคมคุณธรรมอย่างต่อเนื่อง

การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมคุณธรรม จากการสร้างการรับรู้และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกช่วงวัยมีส่วนร่วม ไปสู่การประเมินผลที่เป็นระบบ การยกย่องเชิดชูพื้นที่และบุคคลต้นแบบ ตลอดจนการนำข้อเสนอจากระดับพื้นที่มาพัฒนานโยบายและแผนการส่งเสริมคุณธรรมในระยะต่อไป เพื่อให้ “คุณธรรม” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรณรงค์ แต่สามารถพัฒนาเป็นกลไกทางสังคมที่ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนและนำไปสู่การสร้างสังคมไทยที่มีภูมิคุ้มกันและเติบโตอย่างยั่งยืน