นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) สั่งการ กปน. ให้ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมที่พักอาศัยในหลายพื้นที่ และเตรียมเฝ้าระวังกรณีมีผลกระทบต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพ นนทบุรี และสมุทรปราการ มีน้ำประปาคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ใช้อย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำ ต้องให้ความสำคัญกับประชาชนมากที่สุด
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน จึงได้กำชับให้ กปน. เฝ้าระวังระบบการผลิตน้ำ ตั้งแต่กระบวนการผลิต สูบส่ง และสูบจ่ายน้ำประปา เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่บริการของ กปน. ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนัก และย้ำเรื่องการวางแผนและการประเมินความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง เช่น บริเวณจุดรับน้ำสำแล โรงงานผลิตน้ำทั้ง 4 แห่ง ของ กปน. และสำนักงานประปาสาขา ต้องมีการบริหารจัดการเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดชึ้นได้ หากมีแนวโน้มว่าจะมีปัญหาต้องรีบทำการสื่อสารให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว อีกทั้ง ต้องเน้นระบบงานบริการด้านดิจิทัลให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวกและรวดเร็ว
นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการ กปน. กล่าวว่า กปน. ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบ และหาแนวทางการรับมือ เพื่อสร้างความมั่นใจในเสถียรภาพการผลิตและการให้บริการน้ำประปาที่สะอาด ปลอดภัยแก่ประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ได้มีการเฝ้าระวังและป้องกัน พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการน้ำได้ครอบคลุมทั้งระบบ ทั้งนี้ กปน. ได้ยกระดับการบริการด้านดิจิทัล โดยประชาชนในพื้นที่ กรุงเทพ นนทบุรี และสมุทรปราการ สามารถใช้บริการและทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน MWA onMobile เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการของ กปน. ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่ายยิ่งขึ้น สะท้อนความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาการให้บริการให้ตอบโจทย์ผู้ใช้น้ำทุกกลุ่ม พร้อมร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตและขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน

