“รองนายกฯ ทรงศักดิ์” เป็นประธานการประชุม กนช. เห็นชอบหลักการ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 99 โครงการ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง และคุณภาพน้ำทั่วประเทศ เตรียมเสนอแผนรับมือมหาอุทกภัย อ.หาดใหญ่ และ 3 จว.ชายแดนใต้เข้า ครม. สั่งทุกหน่วยเตรียมความพร้อมรับมือฝนใต้ขนานไปกับการป้องกันภัยแล้ง

วันที่ 22 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 4401 ชั้น 1 ตึกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 1 ทำเนียบรัฐบาล และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า ในการประชุมวันนี้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายแก่ที่ประชุมว่า จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่านช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและมีพื้นที่ที่เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง รองนายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งมีการประชุมด่วนระหว่าง สทนช. ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมหารือแนวทางช่วยเหลือและการแก้ไขปัญหา โดยให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูเยียวยาให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะในห้วงวันที่ 23-26 กันยายน 2256 จะมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลาง ภาคอีสานตอนล่างและภาคใต้ตอนบน ซึ่งจะต้องมีการเตรียมการรับมือต่อไป สำหรับในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป ทุกหน่วยงานยังต้องเตรียมรับมือกับฤดูฝนทางภาคใต้ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ จึงได้มอบหมายจังหวัดและหน่วยงานเกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัย ให้ประชาชนรับทราบเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์สารปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำแม่น้ำลาวอย่างใกล้ชิด โดยให้ชี้แจงสถานการณ์และให้ความรู้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องด้วย
สำหรับการประชุมในวันนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นชอบแนวทางการเสนอเรื่อง ต่อ กนช. เพื่อพิจารณาแผนงานโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยให้ สทนช. ตรวจสอบ วิเคราะห์กลั่นกรองโครงการก่อนเสนอ กนช. พิจารณา และวันนี้ได้เห็นชอบในหลักการแผนงานโครงการที่หน่วยงานตามที่เสนอขอรับสนับสนุนงบประมาณ งบกลางฯ จำนวน 99 โครงการ วงเงินทั้งสิ้น 509.7005 ล้านบาท โดยโครงการทั้งหมดจะกระจายอยู่ในพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง และมีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยให้หน่วยงานดำเนินการตามระเบียบที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด นอกจากนั้น เพื่อให้การวางแผนการบริหารจัดการน้ำในเชิงป้องกันมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะทำงานถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย (อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา) และผลการดำเนินการของคณะทำงานแผนงานการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และให้รายงาน ครม. เพื่อทราบ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการขับเคลื่อนตามแผนต่อไป
เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กนช. ยังมีมติให้ความเห็นชอบการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำญวน จังหวัดพะเยา ความจุอ่างเก็บน้ำ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร ระยะเวลาดำเนินโครงการ 6 ปี (พ.ศ. 2571 – 2576) วงเงินงบประมาณ 2,600 ล้านบาท เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนกิจกรรมการใช้น้ำในพื้นที่กว่า 20,910 ไร่ ของอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยให้กรมชลประทานดำเนินการตามกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญกับการเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังต้องเร่งรัดการขออนุญาตใช้พื้นที่อนุรักษ์และดำเนินการโครงการให้เป็นไปตามแผน รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานให้ กนช. รับทราบทุก 6 เดือน สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ ที่ประชุมได้เห็นชอบการขอขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการ ภายใต้กรอบวงเงินเดิม จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการปรับปรุงคลองยม – น่าน จังหวัดสุโขทัย (จากเดิม 8 ปี เป็น 9 ปี) และโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย (จากเดิม 10 ปี เป็น 14 ปี)
















