จากกรณีที่มีรายงานปรากฏโดยทั่วไปทั้งในสื่อกัมพูชา และสื่อไทยว่า ผู้จัดงานเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส กัมพูชานำเสนอ VTR ส่วนหนึ่ง เกี่ยวกับวัฒนธรรมการแต่งกายของกัมพูชา โดยเป็นที่ปรากฏชัดว่า มีการใช้ภาพอันมีแหล่งที่มาเป็นของไทยด้วยนั้น

กระทรวงวัฒนธรรม เห็นว่าการกระทำดังกล่าว ไม่อาจกล่าวได้เลยว่า เป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่กลับเป็นการบ่งชี้ว่า ผู้จัดทำ VTR ดังกล่าว มีเจตนากล่าวอ้าง เหมารวม และโน้มน้าวให้สาธารณชนเชื่อว่า เป็นการแต่งกายของ (ราชสำนัก) กัมพูชา โดยแท้จริง
ซึ่งในเรื่องนี้ กระทรวงวัฒนธรรม ที่กำกับดูแล กรมศิลปากร และสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขอเรียกร้องให้เวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สกัมพูชา ยุติการกระทำและการเผยแพร่ข้อมูลอันบิดเบือน และขอให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวดในการอ้างอิงข้อมูลแหล่งที่มาของภาพถ่าย เนื่องจากภาพดังกล่าวเป็นภาพสตรีชาวกำแพงเพชร ที่ถ่ายเมื่อปี พ.ศ. 2449 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับการบันทึกในชุดหอพระสมุดวชิรญาณ” หรือ The Royal Photographic Glass Plate Negatives and Original Prints Collection และได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World International Register) โดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ. 2017 หรือ พ.ศ. 2560 โดยในภาพต้นฉบับฟิล์มกระจกที่เก็บรักษาอยู่ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติจะมีตรากรมศิลปากรเป็นลายน้ำประทับอยู่ แต่ภาพที่เวทีกองประกวดนำไปใช้มีการตัดเอาตรากรมศิลปากรที่เป็นลายน้ำออก และไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มาแต่อย่างใด ดังนั้น จากกรณีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลดังกล่าว จะทำหนังสือทักท้วงไปยังกองประกวดมิสยูนิเวิร์สของประเทศกัมพูชา และหากยังไม่ยุติการดำเนินการกระทรวงวัฒนธรรมจะยกระดับดำเนินการต่อไป โดยกระทรวงวัฒนธรรมขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาดำเนินการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยดำเนินการตามกฎหมายต่อไปด้วย
สำหรับการดำเนินการที่ผ่านมากระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการเผยแพร่องค์ความรู้อย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการจัดแสดงชุดไทยพระราชนิยมในต่างประเทศ ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอแลนด์ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และถัดไปที่ประเทศฝรั่งเศส โดยจัดให้มีการให้ความรู้เรื่องชุดไทยโบราณที่เป็นรากฐานของชุดไทยพระราชนิยมด้วย ซึ่งการเผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าวเป็นการสร้างการรับรู้ที่มีมูลค่าสูงมาก เป็นการใช้การทูตเชิงวัฒนธรรม นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรมยังประสานความร่วมมือกับสถานทูตไทยในต่างประเทศเพื่อเผยแพร่ชุดไทยในงานสำคัญต่าง ๆ เช่น เมื่อวันที่ 19 – 20 กันยายน ที่ผ่านมา มีการจัดงาน Thailand Grand Festival 2026 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย มีคุณแอฟ ทักษอร ไปเดินแบบชุดไทยพระราชนิยมด้วย หรือการนำโบราณวัตถุไทยไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลีใต้ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ก็มีการนำชุดไทยไปจัดแสดงด้วย
ดิฉันในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมทุกท่าน ขอเรียนว่า กระทรวงวัฒนธรรมใช้ทุกเวทีในการสื่อสารเรื่องชุดไทย และไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด กระทรวงวัฒนธรรมจะใช้วัฒนธรรมเป็นพื้นที่สร้างความเข้าใจ ไม่ใช่สร้างความขัดแย้ง แต่หากมีการละเมิดเราไม่ปล่อยผ่าน และจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ดิฉันขอขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคนที่แสดงความหวงแหนชุดไทยอันเป็นมรดกของชาติ ดิฉันและกระทรวงวัฒนธรรมก็มีความรักและความหวงแหนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าท่านใด กระทรวงวัฒนธรรมขอยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง และจะไม่ปล่อยผ่านทและขอขอบคุณประเทศเพื่อนบ้านที่ให้ความสนใจเผยแพร่ชุดไทยอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็ขอให้อ้างอิงแหล่งที่มาอย่างครบถ้วนและถูกต้องด้วย ทั้งนี้ ในการดำเนินการใด ๆ กระทรวงวัฒนธรรมจะกระทำโดยความสุขุมและรอบคอบ เพื่อให้การขึ้นทะเบียนชุดไทยพระราชนิยมช่วงเดือนธันวาคม เป็นไปอย่างราบรื่น















