ความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนข้ามพรมแดนระหว่าง Carbon Markets Club (CMC) และ Macao International Carbon Emission Exchange (MEX) ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาด้านการเงินสีเขียวที่เป็นเลิศของจีน–อาเซียน ประจำปี 2569 โดยเปิดทางให้คาร์บอนเครดิต T-VER ของไทยและใบรับรองไฟฟ้าสีเขียวของจีนเข้าถึงผู้ซื้อผ่านแพลตฟอร์มของกันและกัน (cross-broader mutual listing) พร้อมสนับสนุนการเกิดธุรกรรมจริง และต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมด้านการเงินสีเขียว เช่น การจัดหาเงินทุนโดยใช้สินทรัพย์คาร์บอนเป็นหลักประกัน ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายความยั่งยืน และบริการด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งจะช่วยดึงดูดเงินทุนเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียวในภูมิภาคมากขึ้น
ล่าสุด MEX ได้นำเสนอความสำเร็จของกลไกเชื่อมโยงแพลตฟอร์มข้ามพรมแดนที่พัฒนาร่วมกับ CMC ภายในงาน BOCHK Green Forum 2026 and Sharing Workshop on Good Practices of Green Finance in Southeast Asia โดย ดร.วิชชุวรรณ พึ่งเจริญ Head of Climate Solutions บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และที่ปรึกษาประธาน CMC ร่วมกับ MEX นำเสนอผลการดำเนินงานของความร่วมมือดังกล่าว งานนี้จัดโดย Bank of China (Hong Kong) และ WWF พร้อมการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ
ความร่วมมือระหว่าง CMC และ MEX มีเป้าหมายลดข้อจำกัดจากความแตกต่างของมาตรฐาน ระบบทะเบียน และกระบวนการทวนสอบ ผ่านกลไกตลาดที่เชื่อมโยงแพลตฟอร์มของทั้งสองฝ่าย โดยยังคงรักษากรอบกำกับดูแลและมาตรฐานของแต่ละประเทศ
ภายหลังการลงนามบันทึกความเข้าใจเชิงยุทธศาสตร์เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มนำผลิตภัณฑ์ขึ้นบนแพลตฟอร์มของกันและกัน โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โครงการ T-VER จำนวน 3 โครงการ ซึ่งขึ้นทะเบียนกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ได้แก่ โครงการพลังงานลมในจังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดสุพรรณบุรี และโครงการไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ได้รับการนำขึ้นบนแพลตฟอร์มของ MEX ในขณะเดียวกัน โครงการ Green Electricity Certificate (GEC) ของจีน จำนวน 3 โครงการจากการผลิตไฟฟ้าในปี 2568 ได้รับการนำขึ้นบนแพลตฟอร์มของ CMC ส่งผลให้ผู้ซื้อในทั้งสองตลาดสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมของอีกฝ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น
CMC และ MEX เปิดตัวกลไกดังกล่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ภายในงาน 2nd Global Carbon Credit Market Development Forum ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และต่อมาได้เกิดธุรกรรมจริงครั้งแรก โดยความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระหว่างไทยและจีน ช่วยเพิ่มโอกาสให้คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงจากไทยเข้าถึงผู้ซื้อในต่างประเทศ และสนับสนุนการเติบโตของตลาดคาร์บอนระดับภูมิภาคในระยะยาว
คาร์บอนเครดิตดังกล่าวมาจากโครงการพลังานแสงอาทิตย์ของ บมจ. บีซีพีจี สะท้อนกระบวนการที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การขึ้นทะเบียน การทวนสอบโดยบุคคลที่สาม การซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน ไปจนถึงการยกเลิกเครดิตในระบบทะเบียน
นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. บีซีพีจี กล่าวว่า การที่คาร์บอนเครดิตจากโครงการของ บีซีพีจี ถูกนำไปใช้ผ่านกลไกตลาดคาร์บอนข้ามพรมแดนเป็นเครื่องยืนยันว่าพลังงานสะอาดไม่ได้สร้างคุณค่าเพียงด้านการผลิตไฟฟ้า แต่ยังสามารถสร้างมูลค่าผ่านสินทรัพย์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มความต้องการคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่เพิ่มขึ้นและตอกย้ำความพร้อมของบีซีพีจีในการเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของภูมิภาค
Ms. Meng Meng ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MEX กล่าวว่า นวัตกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่สำคัญมากกว่าคือ ความเชื่อมั่นในการเชื่อมโยงตลาดข้ามพรมแดน การขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการและการทวนสอบโดยบุคคลที่สามช่วยยืนยันความถูกต้องของคาร์บอนเครดิตและป้องกันการนับซ้ำ ขณะที่การเปิดเผยข้อมูลช่วยให้ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ สิ่งที่พิสูจน์ประสิทธิผลของกลไกนี้คือการซื้อและการยกเลิกคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่จำนวนข้อตกลงที่ลงนาม
นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธาน CMC กล่าวว่า “เรามีความยินดีและภูมิใจที่ความร่วมมือครั้งนี้ได้รับการยอมรับให้เป็น Best Practice ด้านการเงินสีเขียวจีน–อาเซียน ธุรกรรมนี้แสดงให้เห็นว่ากลไกดังกล่าวสามารถเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงข้ามพรมแดน และสนับสนุนการดำเนินงานในอนาคตภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีส”
ทั้งนี้ MEX และ CMC มีแผนขยายประเภทและปริมาณผลิตภัณฑ์บนทั้งสองแพลตฟอร์ม พร้อมสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานและโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายดิจิทัลให้สอดคล้องกันมากขึ้น รวมถึงเสริมศักยภาพด้านการดำเนินงานภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีส เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนในระดับอาเซียนในระยะยาว

