วันที่ 18 กันยายน 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดงานสัมมนาใหญ่ “U.S. Food Export Compliance Forum 2026: เตรียมพร้อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา” ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบความปลอดภัยอาหารของสหรัฐฯ (FSMA) ให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง มีผู้เข้าร่วมงานทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์รวมกว่า 600 ราย

นางสาวรวินันท์ ฉ่ำเฉลิม รองเลขาธิการ มกอช. ได้กล่าวมอบนโยบายและแนวทางสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบสหรัฐฯ โดยเน้นย้ำว่า รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ผ่านนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” ที่ยึดหลัก “ตลาดนำการผลิต” ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้า และการเตรียมความพร้อมรับมือกับกฎระเบียบการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ เพื่อช่วยให้สินค้าเกษตรและอาหารไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
“ตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดที่มีกฎระเบียบสูงและแตกต่างจากที่อื่น อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการไทยเข้าใจและเตรียมความพร้อมได้อย่างถูกต้อง ข้อกำหนดเหล่านี้จะไม่ใช่อุปสรรค แต่จะกลายเป็นความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย มกอช. พร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนข้อมูล ระบบการรับรอง และช่วยประสานงานแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกได้อย่างมั่นใจ” นางสาวรวินันท์ กล่าว

ที่มาของโครงการนี้เกิดจาก ในปี 2568 มกอช. ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วประเทศ พบว่า ร้อยละ 46 สะท้อนปัญหาเรื่องความเข้าใจกฎระเบียบและวิธีนำข้อกำหนดไปปฏิบัติ และอีกราว ร้อยละ 39 เห็นว่าปัญหาสำคัญคือการขาดบุคลากรที่มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ หลายรายยังระบุว่าตนเองมีสินค้าที่ต้องการส่งออก แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านกฎหมายหรือข้อกำหนดเฉพาะของสหรัฐฯ
มกอช. จึงจัดทำโครงการพัฒนาผู้ประกอบการไทยเพื่อการส่งออกตามกฎหมายอาหารสหรัฐฯ (FSMA) โดยต้องการให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่าการส่งออกไปสหรัฐฯ ต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่การเตรียมระบบการผลิต การขึ้นทะเบียน การจัดทำเอกสาร การทำงานกับผ็นำเข้าในสหรัฐฯ ไปจนถึงการแก้ปัญหาเมื่อเกิดอุปสรรคในการส่งออก
รองเลขาธิการ มกอช. ยังได้เผยถึงบทบาทสำคัญของ มกอช. ในระดับสากลว่า มกอช. ได้รับการยอมรับความสามารถจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (U.S. FDA) ในฐานะ หน่วยรับรองภายใต้ Accredited Third-Party Certification Program ของระเบียบ FSMA ทำให้ประเทศไทยมีหน่วยงานรัฐที่สามารถทำหน้าที่รับรองระบบงานแก่หน่วยตรวจรับรองภายใต้กลไกนี้ ช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการตรวจสอบและรับรองขึ้นภายในประเทศ ช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงการตรวจรับรองมาตรฐานสหรัฐฯ
สำหรับการดำเนินงานในระยะถัดไป
มกอช. ได้วางทิศทางการขับเคลื่อนงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ด้านข้อมูล ผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลกฎหมายและข้อกำหนดที่อัปเดตอย่างถูกต้องและทันท่วงที (2) ด้านการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เน้นการให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ และ (3) ด้านการมีส่วนร่วมจากภาคธุรกิจ โดยทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาการติดขัดด้านข้อกำหนดของสินค้าที่มีศักยภาพ
นอกจากนี้ มกอช. มีแผนจะเปิดตัว “คู่มือเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยฉบับประชาชน” ในช่วงเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งสรุปเนื้อหากฎระเบียบสหรัฐฯ ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและนำไปปรับใช้ได้จริงกับธุรกิจ เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง





